ปฏิบัติการด่วน: ผู้ชุมนุมอย่างสงบอาจต้องเผชิญกับการจำคุกนานกว่าหนึ่งร้อยปี

แกนนำนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยถูกควบคุมตัว อีกทั้งคำร้องขอประกันตัวพวกเขาถูกปฏิเสธ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการขัดขวางไม่ให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นต่อไป สมาชิกหลายคนอาจถูกจำคุกมากกว่า 165 ปีภายใต้บทบัญญัติทางกฎหมายเกี่ยวกับการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ (หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) และการยุยงปลุกปั่น เจ้าหน้าที่ได้กำหนดเป้าหมายมายังพวกเขาและผู้ชุมนุมอย่างสงบหลายร้อยคน รวมทั้งเด็กที่เข้าร่วมการชุมนุม ด้วยข้อหาทางอาญาเพียงเพราะใช้สิทธิมนุษยชนของตนเอง ภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้เพื่อลงโทษการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การสมาคมและการชุมนุมโดยสงบ

ปฏิบัติการ: เขียนจดหมายโดยใช้ภาษาของท่านเองหรือใช้ตัวอย่างจดหมายด้านล่าง

ข้อเรียกร้องของเรา

 นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สำนักนายกรัฐมนตรี ถนนพิษณุโลก

กรุงเทพฯ 10300 ประเทศไทย

โทรศัพท์: 66 2 618 2323

โทรสาร: 66 2 282 5131

ทวิตเตอร์: @prayutofficial

อีเมล: prforeign@prd.go.th 

 

เรียน นายกรัฐมนตรี 

 

ข้าพเจ้าขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งที่รัฐบาลของท่าน กำลังเร่งปราบปรามนักกิจกรรมและนักศึกษาคนอื่น ๆ ในประเทศไทยกว่า 400 คน รวมถึงเด็กอย่างน้อย 23 คน ซึ่งถูกตั้งข้อหาและถูกดำเนินคดีทางอาญาเพียงเพราะใช้สิทธิมนุษยชนของตนเอง รวมถึงการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกเกี่ยวกับการปฏิรูปทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการชุมนุมอย่างสงบและผ่านโซเชียลมีเดีย 

 

เป็นเรื่องน่าสลดใจที่รัฐบาลของท่านได้ทำการลงโทษประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิมนุษยชนของตนเอง รัฐบาลของท่านยังได้สั่งฟ้องและปฏิเสธการให้ประกันตัวแกนนำ 9 คนของกลุ่มราษฎร รวมบุคคลที่ถูกปฏิเสธการให้ประกันตัวเป็นจำนวนอย่างน้อย 19 คน ซึ่งถูกตั้งข้อหาที่มีเนื้อหากำกวม ทั้งข้อหายุยงปลุกปั่นและข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ การปฏิเสธคำร้องขอประกันตัวเป็นการละเมิดสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นการขัดต่อพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้มาตรา 14 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การควบคุมตัวนักกิจกรรมและนักศึกษา รวมทั้ง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่” และแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” และพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” เป็นการขัดขวางไม่ให้พวกเขาสามารถเตรียมตัวสำหรับการสอบของมหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึง สมาชิกของกลุ่มได้ให้รายงานถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการควบคุมตัวภายในเรือนจำ

 

ดังที่ท่านอาจได้ทราบว่า คณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ พบว่ารัฐบาลของท่านได้จับกุมตัวโดยพลการต่อผู้ต้องสงสัยว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและคุมขังเป็นเวลานานก่อนที่จะมีการพิจารณาคดี โดยคำร้องขอประกันตัวได้ถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและผู้ชำนาญการอื่น ๆ ได้มีข้อเสนอแนะให้ประเทศไทยแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมายที่ท่านกำลังใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปราบปรามการแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์วิจารณ์ที่เห็นต่าง และการเข้าร่วมชุมนุมอย่างสงบ และขอให้ประเทศไทยยุติการฟ้องคดีที่เกี่ยวข้อง 

 

ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านและรัฐบาลของท่านอนุญาตให้ประชาชนใช้สิทธิมนุษยชนอย่างเต็มที่ รวมถึงอนุญาตให้มีการวิพากษ์วิจารณ์หน่วยงานของรัฐอย่างสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญและพันธกรณีของไทยที่มีต่อกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้ท่าน 

 

  • ปล่อยตัวผู้ที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดโดยทันทีและอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อให้พวกเขาได้ใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การสมาคมและการชุมนุมอย่างสงบ และรอการปล่อยตัวตามเวลาที่เหมาะสมสำหรับมาตรการที่เพียงพอเพื่อรับประกันความปลอดภัยทางกายภาพ

  • ยุติการดำเนินคดีต่างๆ และคดีอาญาทั้งปวงที่คุกคามผู้ชุมนุม และข้อหาอื่นๆ เพียงเพราะใช้สิทธิมนุษยชนของตนเอง

  • แก้ไขหรือยกเลิกกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศของไทย รวมถึงสิทธิในเสรีภาพการแสดงออก การสมาคมและการชุมนุมอย่างสงบ   

 

ขอแสดงความนับถือ 

 

ลงชื่อ____________________________________

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ทางการไทยได้ควบคุมตัวและดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมอย่างสงบ เพิ่มการปราบปรามขบวนการขับเคลื่อนของเยาวชนที่เรียกร้องการปฏิรูปซึ่งถูกจัดขึ้นทั่วประเทศและเป็นจำนวนมาก เป็นการจัดแฟลชม๊อบและการชุมนุมอย่างสงบตั้งแต่ปี 2563 เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการปฏิรูปการศึกษา เรียกร้องความเท่าเทียมของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ สิทธิของผู้หญิงและสิทธิเด็ก  

ทางการได้ควบคุมตัวแกนนำที่เรียกร้องประชาธิปไตย นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการชุมนุมที่มีเยาวชนเป็นแกนำเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในประเทศไทย ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นความพยายามขัดขวางไม่ให้พวกเขามีส่วนร่วมในการชุมนุมอีกต่อไป สมาชิกของกลุ่มเหล่านี้อาจได้รับโทษจำคุก 165 ปี ตามข้อกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ (หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) และการยุยงปลุกปั่น ทางการมีเป้าหมายเป็นผู้เข้าร่วมชุมนุมอย่างสงบหลายร้อยคนรวมทั้งเด็ก มีการดำเนินคดีอาญาต่อการใช้สิทธิตามกฎหมายของพวกเขา เป็นการลงโทษจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมอย่างสงบ ทั้งยังมีการออกหมายเรียกและพยายามออกหมายจับแกนนำผู้ชุมนุมทั่วประเทศในข้อหายุยงปลุกปั่น ความผิดทางคอมพิวเตอร์ ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ และการชุมนุมสาธารณะ  

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ทางการได้ดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและ/หรือการยุยงปลุกปั่นต่อแกนนำกลุ่มราษฎร ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการชุมนุม ข้อกล่าวหาเหล่านี้ถูกใช้โดยเจ้าหน้าที่เพื่อลงโทษผู้ที่เห็นต่างอย่างสงบและมีโทษจำคุกไม่เกิน 15 หรือ 7 ปี อานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” นักศึกษาและแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมและอดีตนักโทษทางความคิด พวกเขาถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกรุงเทพจนถึงปัจจุบัน ศาลปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวพวกเขาหลังจากที่ทนายความได้ยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง   

ในวันที่ 8 มีนาคม 2564 ทางการได้สั่งฟ้องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและยุยงปลุกปั่น และได้ควบคุมตัวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” นักศึกษาสังคมวิทยาและแกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ภานุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” นักกิจกรรมและจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่” นักกิจกรรมและอดีตนักโทษทางความคิดถูกควบคุมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยรวมมีนักกิจกรรม 9 คนที่ถูกควบคุมตัว อันเป็นผลมาจากการเข้าร่วมการชุมนุมตั้งแต่กลางปี 2563 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ทางการได้เริ่มการพิจารณาคดี สมาชิกในกลุ่มราษฎรได้รายงานถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการควบคุมตัว หลังจากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาหาในยามวิกาลหลายครั้งขณะอยู่ในเรือนจำกรุงเทพมหานคร โดยแจ้งว่าเป็นมาตรการในการตรวจโควิด – 19 อดีตผู้ต้องสงสัยในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพได้รายงานว่าผู้ต้องขังรายอื่นถูกคุมขังอย่างทารุณ รวมทั้งมีการเฆี่ยนตีโดยคำสั่งของผู้คุมเรือนจำ

นักกิจกรรมสามคนที่ถูกคุมขัง เคยรับโทษจำคุกเป็นเวลานานภายใต้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพียงเพราะแสดงความคิดเห็นอย่างสันติ “ไผ่” ถูกคุมขังเมื่อขณะเรียนด้านกฎหมาย ซึ่งถูกจำคุกเป็นเวลาเกือบสองปีครึ่งจากการแชร์ข่าวของสำนักข่าวบีบีซีเกี่ยวกับพระราชประวัติของรัชกาลที่ 10 ทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อปี 2560 และสมยศ พฤกษาเกษมสุขได้รับโทษจำคุก 7 ปีจาก 11 ปี เพียงเพราะเผยแพร่เรื่องสั้นที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ซึ่งเขาไม่ได้แต่งเอง ทั้งหมดถูกคุมขังก่อนการพิจารณาคดีเป็นเวลานานโดยถูกปฏิเสธการประกันตัว

การปราบปรามอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับแบบแผนการคุกคามทางกฎหมายต่อบุคคลที่ใช้สิทธิของตนเอง ทางการไทยมีแนวโน้มที่จะดำเนินคดีในหลายข้อหาต่อผู้วิจารณ์รัฐบาลและการชุมนุมทางการเมือง เป็นการสร้างภาระให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาอันยาวนาน ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวต่อการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบ  

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรานงานว่ามีอย่างน้อย 77 คนใน 68 คดี รวมถึงเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปีจำนวน 6 คนถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายใต้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังจากทางการประกาศว่าจะกลับมาใช้ในช่วงปลายปี 2563 พวกเขาอาจถูกจำคุกระหว่าง 3 ถึง 15 ปี ภายใต้ข้อหาหมิ่นประมาท เพียงเพราะพวกเขาออกมาพูด ออกมาเดินขบวนและออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ จำนวนอย่างน้อย 400 คนรวมถึง 77 คนถูกตั้งข้อหาตามบทบัญญัติอื่น ๆ ที่มักใช้ในการปราบปรามต่อการชุมนุมโดยสงบรวมถึงการยุยุงปลุกปั่นและการชุมนุมที่ขู่ว่าจะมีการใช้กำลังหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง (มาตรา 116 และ 215 ของประมวลกฎหมายอาญาตามลำดับ) และการละเมิดการห้ามการชุมนุมสาธารณะตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ

 

ภาษาที่ควรใช้เขียนจดหมาย: อังกฤษ ไทย หรือภาษาของท่านเอง 

กรุณาปฏิบัติการโดยเร็วสุด ก่อนวันที่ 24 พฤษภาคม 2564

โปรดตรวจสอบกับเซ็กชันในประเทศของท่าน หากส่งจดหมายหลังวันที่ดังกล่าว 

ชื่อและสรรพนามที่ควรใช้: ปนัสยา (เธอ) จตุภัทร (เขา) อานนท์ (เขา) ภานุพงศ์ (เขา) พริษฐ์ (เขา) สมยศ (เขา)

ลิงก์ไปที่ UA ก่อนหน้านี้: https://www.amnesty.org/en/documents/asa39/2957/2020/en/

358 รายชื่อ
เป้าหมาย 2000

Take Action Now

ฉันต้องการรับข้อมูลอัปเดตทางอีเมลเกี่ยวกับงานของแอมเนสตี้
ฉันอายุต่ำกว่า 18 ปี.