ขอเชิญร่วมงานประกาศผลรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 (Media Awards 2025)
ขอเชิญร่วมงานประกาศผลรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 (Media Awards 2025)
ขอเชิญร่วมงานประกาศผลรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 (Media Awards 2025)
เข็มนาฬิกาเคลื่อนเข้าสู่ปีใหม่ 2026 คำถามในใจคนรุ่นใหม่หรือคนเจนใหม่ๆ ในตอนนี้อาจไม่ใช่แค่ “เรียนจบแล้วจะไปทำอาชีพอะไร” แต่เป็นคำถามที่ขยับไปมากกว่านั้นคือ “เรากำลังจะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมแบบไหน” ต้นปีที่ผ่านมา เราเดินทางล่องใต้มุ่งหน้าสู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) จึงได้ไปพบกับ “นามีร่า บิลเหล็ม” หรือ “เช่” นักศึกษาเฟรชชี่ปี 1 คณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หลากหลายพรรคชูนโยบายมากมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ รวมไปถึงการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ในบรรดานโยบายอันมากมายนั้นมีข้อกังวลสำคัญคือบางพรรคการเมืองนำ ‘โทษประหารชีวิต’ เป็นแคมเปญหาเสียงเพื่อปราบปรามอาชญากรรม เช่น คอร์รัปชัน สแกมเมอร์ และการข่มขืน
วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร(BACC) คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักข่าว The Reporters รายการข่าว 3 มิติ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกันเปิดเวทีดีเบต “เลือกตั้ง 69: วาทะผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน” เพื่อชวนสังคมมาฟังให้ชัด ถามให้ตรง และตรวจสอบจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นสิทธิมนุษยชน ก่อนวันที่ประชาชนจะตัดสินใจใช้สิทธิในคูหาเลือกตั้ง
ท่ามกลางฝุ่นตลบของสมรภูมิการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคการเมืองต่างงัดนโยบายประชานิยม มาประชันการขันแข่งเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนให้เลือกคนที่ชอบ พรรคที่ใช่ และอีกใบคือเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในมุมของโครงสร้างสังคมไทยก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ยังพบว่ามีวาระสำคัญทางการเมืองที่อาจจะกำลังเลือนหายไปในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นคือ ‘วาระสิทธิมนุษยชน’ ซึ่งถือว่าเป็นอีกเรื่องสำคัญที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย
วาระสิทธิมนุษยชนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดทำขึ้นเพื่อสะท้อนปัญหาสิทธิมนุษยชนที่ประชาชนในประเทศไทยเผชิญอยู่จริงในชีวิตประจำวัน และเพื่อเสนอแนวทางเชิงนโยบายที่รัฐและผู้กำหนดนโยบายควรเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงต้นปี 2569 ขณะที่นาฬิกาของการเมืองไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่หมุดหมายสำคัญในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไปและวันออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ สังคมไทยดูเหมือนจะตกอยู่ในสภาวะอารมณ์ที่กึ่งมีความหวัง กึ่งระแวดระวังอยู่ไม่น้อย คือเรามีความหวังเพราะการเลือกตั้งคือสัญญาณหนึ่งของความเปลี่ยนแปลง แต่เราอาจยังต้องระแวงอยู่บ้างเพราะประวัติศาสตร์การเมืองที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าในประเทศนี้ “คะแนนเสียงจากประชาชน” อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของปลายทางที่ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศต้องการ
ในขณะที่หลายคนอาจจะกำลังมองหาความมั่นคงในอาชีพการงานตามที่ผู้ใหญ่บอก หรือกำลังสนุกกับชีวิตวัยเรียนที่สดใสตามครรลองของตัวเอง แต่สำหรับ ‘ซี’ เฝาซี ล่าเต๊ะ เส้นทางชีวิตของเขาเริ่มถูกขีดเขียนด้วยเฉดสีที่เข้มข้นและท้าทายกว่านั้นตั้งแต่ยังเด็กจากพื้นที่ที่เขาอาศัยอยู่และจากครอบครัวที่ให้กำเนิดมา
จากเด็กมัธยมในภาคอีสานคนหนึ่งที่เติบโตมากับความฝันเรียบง่ายแต่หนักแน่นว่า จะลุกขึ้นมาปกป้องบ้านเกิด ปกป้องลมหายใจของชุมชน และปกป้องสิ่งแวดล้อมที่หล่อเลี้ยงผู้คนทั้งหมู่บ้าน พายุ บุญโสภณค่อยๆ เดินมาสู่เส้นทางนักกิจกรรม ด้วยความเชื่อว่าการยืนหยัดของคนธรรมดาอาจเปลี่ยนอนาคตได้ แต่แล้วความฝันของเขาที่เริ่มจากการปกป้องบ้านเกิด กลับพามาถึงวันที่ต้องสูญเสียอย่างไม่มีวันได้คืน
กว่า 8 ปี คือช่วงเวลาที่ยาวนานเกินกว่าที่ใครคนหนึ่งควรต้องสูญเสียไปเพียงเพราะการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก แต่สำหรับ อัญชัญ ปรีเลิศ นี่คือความจริงของชีวิตที่เธอต้องเผชิญอยู่หลังกำแพงเรือนจำ พื้นที่ซึ่งพรากทั้งอิสรภาพ ศักดิ์ศรี และความหวังในวันข้างหน้าไปทีละน้อย ตลอดระยะเวลาการถูกคุมขัง อัญชัญต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมาย ทั้งความเจ็บป่วยทางร่างกาย ความโดดเดี่ยว และแรงกดดันทางจิตใจที่กัดกินชีวิตอยู่ในนั้นช่วงแรก ถึงแม้สถานที่ที่เธออยู่จะเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีกำแพงสูงคั่นไว้ แต่ก็ยังมีบางสิ่งที่เข้ามาถึงเธอมือได้เสมอ นั่นคือ “จดหมาย”
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดโผผลงานที่เข้าชิง “รางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน” ประจำปี 2568 (Media Awards 2025) ใน 4 ประเภท