ไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดนนักกิจกรรมมองตานญาดกลับเวียดนามเสี่ยงที่จะถูกทรมาน
สืบเนื่องจากการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้เป็นชนเผ่าพื้นเมืองชาวมองตานญาดและเอดี จากประเทศไทยไปยังเวียดนาม
สืบเนื่องจากการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้เป็นชนเผ่าพื้นเมืองชาวมองตานญาดและเอดี จากประเทศไทยไปยังเวียดนาม
ทางการไทยต้องดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วน มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงมิติทางเพศ เพื่อรับประกันว่าอังคณา นีละไพจิตร ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากการตกเป็นเป้าการโจมตี การข่มขู่ คุกคามหรือการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ภายหลังจากการแสดงความคิดเห็นสาธารณะของเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ว่า ชุมชนชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ตอนเหนือของเมียนมากำลังเผชิญกับการบังคับใช้แรงงาน วิกฤติด้านอาหารและสุขภาพ การจำกัดเสรีภาพในการเดินทางอย่างเข้มงวดและความขัดแย้งทางอาวุธที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมเตือนถึงการตัดสินใจส่งผู้ลี้ภัยจากบังคลาเทศกลับเมียนมาอย่างเร่งร้อนนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
โจ ฟรีแมน นักวิจัยด้านเมียนมาของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงความคิดเห็นต่อรายงานการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพเมียนมา ซึ่งกล่าวกันว่าคร่าชีวิตพลเรือนไปมากกว่า 20 ราย รวมถึงเด็ก เมื่อมีการทิ้งระเบิดหลายลูกจากนักบินพาราไกลเดอร์ (Paraglider) ที่ใช้ร่มบินติดเครื่องยนต์ (Paramotor) โดยกล่าวว่า
สืบเนื่องจากรายงานที่ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลได้สกัดและยึดเรืออย่างน้อย 39 ลำ พร้อมควบคุมตัวลูกเรือหลายสิบคน ของกองเรือโกลบอล ซูมุด ฟอร์ทิลลา ซึ่งพยายามฝ่าการปิดล้อมที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นเข้าไปในฉนวนกาซาซึ่งถูกปิดล้อมอยู่แล้ว ภายใต้สถานการณ์ที่อิสราเอลยังคงถูกกล่าวหาว่ากำลังก่อ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยแอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการสากลของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า
สืบเนื่องจากรายงานข่าวกรณี จาง จ่าน นักข่าวอิสระชาวจีน ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐาน “ก่อการทะเลาะวิวาทและยั่วยุก่อความวุ่นวาย” จากการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น โดยนำเสนอว่ามีความรุนแรงกว่าที่รัฐบาลสื่อสารออกไป ล่าสุด ศาลมีคำสั่งลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี
ท่ามกลางรายงานที่เผยแพร่ออกมาเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน และบาดเจ็บกว่า 100 คนระหว่างการปราบปรามการชุมนุมประท้วงที่นำโดยเยาวชนต่อต้านการคอร์รัปชั่นและการแบนโซเชียลมีเดียในเนปาล
ก่อนจะถึงการไต่สวนพยานและการพิจารณาคดีของเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักเคลื่อนไหวและผู้ที่ปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนสำนึก
สืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินจำคุก ชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 4 ปี และลดโทษเหลือเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน จากการโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งมีเนื้อหาแสดงความคิดเห็นต่อสถาบันกษัตริย์ โดยทนายความได้ยื่นต่อศาลอุทธรณ์เพื่อขอประกันตัว คาดว่าศาลจะพิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้
จากกรณีที่รัฐบาลอินโดนีเซียแถลงว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยแปดคนระหว่างการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ เพื่อต่อต้านปัญหาค่าแรงตกต่ำ การขึ้นภาษี และการให้สวัสดิการกับสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมเป็นต้นมา
ความก้าวหน้าเกิดขึ้นเมื่อเรามารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง เราควรจะสามารถทำสิ่งนี้ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำร้าย ถูกทำให้บาดเจ็บ หรือแม้แต่ถูกฆ่า จากการใช้อุปกรณ์ควบคุมฝูงชนในทางที่ผิด ถึงเวลาที่ต้องช่วยกันเรียกร้องให้รัฐบาล สนับสนุนสนธิสัญญากำกับดูแลการค้าอุปกรณ์ควบคุมฝูงชน้ เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เหล่านี้ตกอยู่ในกำมือของกองกำลังตำรวจที่ประพฤติมิชอบ
รัฐบาลอิสราเอลต้องยกเลิกแผนการที่มีการเปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ทันที ซึ่งเป็นการเพิ่มปฏิบัติการทางทหาร รวมทั้งแผนที่จะผนวกดินแดนของชาวปาเลสไตน์ และการบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาที่ถูกยึดครองและควบคุมต้องเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน ซึ่งเป็นการละเมิดอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในวันนี้