Filters applied
19 results
-
-
แถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทแรงงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ฟันด์โปร และการจัดการข้อมูลผู้ร้องเรียนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอชี้แจงความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทแรงงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ฟันด์โปร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอกด้านการระดมทุนที่องค์กรเคยว่าจ้าง และกรณีการจัดการข้อมูลผู้ร้องเรียน ซึ่งได้ก่อให้เกิดข้อกังวลต่อผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ สมาชิก ผู้สนับสนุน ภาคีเครือข่าย และสาธารณะ
-
เมียนมา: ตำแหน่งประธานาธิบดี ต้องไม่ปกป้อง มิน อ่อง หล่าย จากการถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการรับผิด
โจ ฟรีแมน นักวิจัยด้านเมียนมาของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้กล่าวตอบต่อข่าวที่ว่า สมาชิกรัฐสภาที่ภักดีต่ออดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้ลงคะแนนเลือกเขาให้เป็นประธานาธิบดีคนถัดไปของเมียนมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน ไว้ว่า:
-
สหรัฐฯ: คำตัดสินครั้งสำคัญต่อ YouTube และ Meta ชี้ต้องปรับการออกแบบแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้งานปลอดภัยบนโลกออนไลน์
สหรัฐฯ: คำตัดสินครั้งสำคัญต่อ YouTube และ Meta ชี้ต้องปรับการออกแบบแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้งานปลอดภัยบนโลกออนไลน์
-
แถลงการณ์ เรื่อง การดำเนินการของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เกี่ยวกับการเลิกจ้างลูกจ้างของบริษัท ฟันด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด
ตามที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานระหว่างบริษัท ฟันด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด หรือบริษัท ฟันด์โปร กับพนักงาน ของบริษัท ฟันด์โปร ซึ่งเคยปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างของบริษัท ฟันด์โปรในโครงการระดมทุนให้กับแอมเนสตี้ ประเทศไทย และสัญญาการจ้างนั้นได้สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568
-
ไทยส่งผู้ร้ายข้ามแดนนักกิจกรรมมองตานญาดกลับเวียดนามเสี่ยงที่จะถูกทรมาน
สืบเนื่องจากการส่งตัวอี ควิน เบดั๊บ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนผู้เป็นชนเผ่าพื้นเมืองชาวมองตานญาดและเอดี จากประเทศไทยไปยังเวียดนาม
-
ประเทศไทย: รัฐต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนเพื่อคุ้มครอง “อังคณา นีละไพจิตร” ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จากการข่มขู่และการคุกคามทุกรูปแบบ
ทางการไทยต้องดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วน มีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงมิติทางเพศ เพื่อรับประกันว่าอังคณา นีละไพจิตร ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจะได้รับการคุ้มครองความปลอดภัยจากการตกเป็นเป้าการโจมตี การข่มขู่ คุกคามหรือการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ ภายหลังจากการแสดงความคิดเห็นสาธารณะของเธอเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการกระทำอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี
-
เมียนมา: การส่งชาวโรฮิงญากลับประเทศเป็น ‘หายนะ’ ภายใต้สภาพการณ์ปัจจุบันในรัฐยะไข่ตอนเหนือ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลชี้ว่า ชุมชนชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ตอนเหนือของเมียนมากำลังเผชิญกับการบังคับใช้แรงงาน วิกฤติด้านอาหารและสุขภาพ การจำกัดเสรีภาพในการเดินทางอย่างเข้มงวดและความขัดแย้งทางอาวุธที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมเตือนถึงการตัดสินใจส่งผู้ลี้ภัยจากบังคลาเทศกลับเมียนมาอย่างเร่งร้อนนั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
-
เมียนมา: “การโจมตีร้ายแรง”ต่องานเทศกาลแสดงให้เห็นถึงภัยคุกคามจากนักบินพาราไกลเดอร์ต่อพลเรือน
โจ ฟรีแมน นักวิจัยด้านเมียนมาของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงความคิดเห็นต่อรายงานการโจมตีทางอากาศโดยกองทัพเมียนมา ซึ่งกล่าวกันว่าคร่าชีวิตพลเรือนไปมากกว่า 20 ราย รวมถึงเด็ก เมื่อมีการทิ้งระเบิดหลายลูกจากนักบินพาราไกลเดอร์ (Paraglider) ที่ใช้ร่มบินติดเครื่องยนต์ (Paramotor) โดยกล่าวว่า
-
การสกัดจับที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อกองเรือโกลบอล ซูมุด ฟอร์ทิลลาของอิสราเอล สะท้อนถึงเจตนาที่มุ่งทำให้เกิดความอดอยากของชาวปาเลสไตน์ในกาซาต่อไป
สืบเนื่องจากรายงานที่ระบุว่า กองกำลังอิสราเอลได้สกัดและยึดเรืออย่างน้อย 39 ลำ พร้อมควบคุมตัวลูกเรือหลายสิบคน ของกองเรือโกลบอล ซูมุด ฟอร์ทิลลา ซึ่งพยายามฝ่าการปิดล้อมที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่จำเป็นเข้าไปในฉนวนกาซาซึ่งถูกปิดล้อมอยู่แล้ว ภายใต้สถานการณ์ที่อิสราเอลยังคงถูกกล่าวหาว่ากำลังก่อ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่อง โดยแอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการสากลของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า
-
จีน: ศาลจีนสั่งจำคุกเพิ่ม 4 ปี ‘จาง จ่าน’ นักข่าวชาวจีน ด้วยข้อหาไร้มูลความจริง แอมเนสตี้ ชี้ เป็นข้อหาที่คลุมเครือ ไร้หลักฐานการเพิ่มโทษเอาผิดทางคดี
สืบเนื่องจากรายงานข่าวกรณี จาง จ่าน นักข่าวอิสระชาวจีน ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดฐาน “ก่อการทะเลาะวิวาทและยั่วยุก่อความวุ่นวาย” จากการรายงานสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเมืองอู่ฮั่น โดยนำเสนอว่ามีความรุนแรงกว่าที่รัฐบาลสื่อสารออกไป ล่าสุด ศาลมีคำสั่งลงโทษจำคุกเพิ่มอีก 4 ปี
-
เนปาล: จำเป็นต้องมีการสอบสวนอย่างเป็นอิสระและนำผู้กระทำผิดมารับผิดชอบหลังการปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วง ‘เจน Z’ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต
ท่ามกลางรายงานที่เผยแพร่ออกมาเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน และบาดเจ็บกว่า 100 คนระหว่างการปราบปรามการชุมนุมประท้วงที่นำโดยเยาวชนต่อต้านการคอร์รัปชั่นและการแบนโซเชียลมีเดียในเนปาล

