แถลงการณ์ชี้แจงความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทแรงงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ฟันด์โปร และการจัดการข้อมูลผู้ร้องเรียนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอชี้แจงความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทแรงงานที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ฟันด์โปร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการภายนอกด้านการระดมทุนที่องค์กรเคยว่าจ้าง และกรณีการจัดการข้อมูลผู้ร้องเรียน ซึ่งได้ก่อให้เกิดข้อกังวลต่อผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ สมาชิก ผู้สนับสนุน ภาคีเครือข่าย และสาธารณะ 

ก่อนหน้านี้ แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมอธิบายแนวทางการดำเนินงานขององค์กร และยอมรับถึงข้อบกพร่องบางประการในการดำเนินงานไว้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 

ปัจจุบัน ข้อพิพาทแรงงานในส่วนของการชำระค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ดอกเบี้ย และสิทธิประโยชน์ตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน  บริษัท ฟันด์โปร  ในฐานะนายจ้างได้ดำเนินการโดยตรงเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดยองค์กรได้รับแจ้งว่ามีการชำระเงินและได้รับหลักฐานการชำระเงินเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้พูดคุยกับผู้ได้รับผลกระทบและตัวแทนโดยตรง เพื่อรับฟังผลกระทบที่เกิดขึ้น แสดงความขอโทษต่อความบกพร่องขององค์กร รวมถึงได้หารือและตกลงแนวทางการเยียวยากับผู้ได้รับผลกระทบ เมื่อวันที่  27 พฤษภาคม 2569  โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ความเหมาะสม ความได้สัดส่วน และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้ได้รับผลกระทบ 

ดังนั้น องค์กรจึงขอแจ้งข้อเท็จจริงและแนวทางดำเนินการต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อแสดงความรับผิดรับชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์กร

จากกรณีนี้ประกอบด้วย 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกัน โดยขออธิบายความรับผิดชอบและแนวทางดำเนินการ ดังนี้

  1. ข้อพิพาทแรงงานระหว่างบริษัท ฟันด์โปร  กับอดีตลูกจ้างของบริษัท
  2. การจัดการข้อมูลการร้องเรียนระหว่างแอมเนสตี้ ประเทศไทยกับผู้ที่ได้รับผลกระทบกรณีการส่งภาพบันทึกหน้าจอการสนทนาให้แก่บริษัท ฟันด์โปร โดยไม่ได้มีกระบวนการขอความยินยอม การปกปิดอัตลักษณ์ และการประเมินความเสี่ยงที่เพียงพอก่อนการส่งต่อข้อมูล 

ในส่วนของข้อพิพาทแรงงาน องค์กรเห็นว่า บริษัท ฟันด์โปร ในฐานะนายจ้างโดยตรง มีหน้าที่ตามกฎหมายในการชำระค่าจ้าง ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ดอกเบี้ย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการชำระเงินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

องค์กรขอยืนยันว่า “สิทธิแรงงานคือสิทธิมนุษยชน” และไม่ควรมีการละเมิดสิทธิแรงงานหรือการดำเนินการใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายแรงงานไทยตั้งแต่ต้น เมื่อองค์กรได้รับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าว  เมื่อองค์กรได้รับทราบข้อร้องเรียนดังกล่าว องค์กรได้มีการติดตามและทวงถามบริษัท ฟันด์โปรเป็นระยะ เพื่อให้บริษัทแก้ไขปัญหาและปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม องค์กรยอมรับว่ากระบวนการติดตาม การยกระดับประเด็น และการสื่อสารกับผู้ได้รับผลกระทบควรมีความชัดเจนและรวดเร็วกว่านี้ เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาและปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย จนนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาในท้ายที่สุด 

ในส่วนของกระบวนการว่าจ้างผู้ให้บริการ องค์กรขอชี้แจงว่า ก่อนการว่าจ้างบริษัท ฟันด์โปร  แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้ดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence) และสอบถามข้อมูลจากองค์กรที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่องค์กรสามารถตรวจสอบได้ในขณะนั้นไม่พบข้อมูลหรือข้อกังวลด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือสิทธิแรงงานที่เป็นที่รับทราบมาก่อน 

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ทำให้องค์กรเห็นชัดว่า การตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน  (HRDD) ต้องไม่จบเพียงการตรวจสอบก่อนว่าจ้าง แต่ต้องถูกแปลงเป็นเงื่อนไขในสัญญา การติดตามระหว่างสัญญา และกลไกเยียวยาที่ชัดเจน 

องค์กรยอมรับว่ากรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระบวนการด้านสัญญา การกำกับดูแลคู่สัญญา และมาตรการด้านสิทธิแรงงานและการคุ้มครองข้อมูลผู้ร้องเรียน ยังไม่เข้มแข็งเพียงพอ และจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม

สำหรับประเด็นการส่งภาพบันทึกหน้าจอการสนทนาให้แก่บริษัท ฟันด์โปร จากการสอบสวนข้อเท็จจริงที่พบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายระดมทุนได้ส่งภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot) บทสนทนาดังกล่าวให้แก่บริษัท ฟันด์โปรจริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งรัดให้บริษัทแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ปกปิดอัตลักษณ์ของผู้ร้องเรียนอย่างเพียงพอ 

แม้องค์กรไม่มีเจตนาให้เกิดความเสียหายต่อผู้ร้องเรียน แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยอมรับว่านี่เป็นความบกพร่องในการจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องเรียนด้านแรงงาน ซึ่งควรได้รับการคุ้มครองอย่างรอบคอบเป็นพิเศษ

องค์กรขอแสดงความเสียใจต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว และขอยืนยันว่าองค์กรได้ดำเนินการพูดคุย รับฟังผลกระทบ และหารือแนวทางเยียวยาอย่างจริงจังกับผู้ได้รับผลกระทบและตัวแทนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ องค์กรจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน เกี่ยวกับบทบาทของผู้ที่เกี่ยวข้อง กระบวนการตัดสินใจ การยกระดับประเด็น และระบบกำกับดูแลภายใน เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันที่เหมาะสม ทั้งในระดับกระบวนการ ระบบกำกับดูแล และบทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง แอมเนสตี้ ประเทศไทย ตระหนักดีว่ากรณีการตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการภายนอกส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ สมาชิก ผู้สนับสนุน และสาธารณะ องค์กรจึงได้เริ่มการสืบสวน ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการภายในที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และความมั่นคงระยะยาว รวมทั้งในด้านการจัดซื้อจัดจ้าง การกำกับดูแลผู้ให้บริการภายนอก การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การรับเรื่องร้องเรียน และมาตรการป้องกันการตอบโต้กลับต่อผู้ร้องเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคต

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอยืนยันว่าองค์กรมีความมุ่งมั่นต่อการทำงานด้วยความโปร่งใส รับผิดรับชอบ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และความไว้วางใจที่สาธารณะได้มอบให้แก่องค์กรอย่างเสมอมา

ขอแสดงความนับถือ

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย