ตามที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานระหว่างบริษัท ฟันด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด หรือบริษัท ฟันด์โปร กับพนักงาน ของบริษัท ฟันด์โปร ซึ่งเคยปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างของบริษัท ฟันด์โปรในโครงการระดมทุนให้กับแอมเนสตี้ ประเทศไทย และสัญญาการจ้างนั้นได้สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568
แอมเนสตี้ ประเทศไทย ขอชี้แจงข้อเท็จจริง และการดำเนินการขององค์กร เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรอบด้าน ดังต่อไปนี้
นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 ที่ผ่านมา แอมเนสตี้ ประเทศไทยได้รับทราบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลิกจ้างและข้อพิพาทด้านค่าจ้างระหว่าง บริษัท ฟันด์โปร กับพนักงาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
วันที่ 17 กันยายน 2568 แอมเนสตี้ ประเทศไทยได้รับทราบกรณีเลิกจ้างพนักงานบริษัท ฟันด์โปร โดยพนักงานที่เป็นผู้เสียหายได้ติดต่อผ่าน Facebook Messenger ของสหภาพแรงงานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
และได้ติดต่อกลับพนักงานผู้เสียหาย เพื่อรับฟังรายละเอียดและแนะนำช่องทางการใช้สิทธิผ่านกระบวนการทางกฏหมายและติดตามความคืบหน้ากับผู้เสียหาย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แอมเนสตี้ ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิแรงงาน ความเป็นธรรมในการจ้างงาน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ปฏิบัติงานทุกคน ในฐานะองค์กรสิทธิมนุษยชน ที่ผ่านมา องค์กรยึดมั่นว่าการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการภายนอกต้องดำเนินการภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย และรู้สึกเสียใจกับการปฏิบัติของบริษัท ฟันด์โปร ทั้งนี้ แอมเนสตี้ ประเทศไทย ขอยืนยันว่าองค์กรไม่ได้เพิกเฉยต่อข้อร้องเรียนดังกล่าว และได้ดำเนินการภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยภายหลังการรับทราบข้อมูลแอมเนสตี้ ประเทศไทยได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1.องค์กรได้รับฟังรายละเอียดจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเพื่อสืบทราบข้อเท็จจริงและประเด็นข้อกังวลอย่างครบถ้วน พร้อมทั้งให้คำปรึกษาด้านสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน รวมถึงการชี้แจงขั้นตอนการร้องเรียนผ่านหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงแรงงาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงกลไกการคุ้มครองและกระบวนการเยียวยาทางกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. องค์กรได้ติดต่อสื่อสารกับบริษัท ฟันด์โปร เพื่อให้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด โดยเน้นย้ำให้บริษัท ฟันด์โปร ดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และไม่ประวิงเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาและให้รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับพนักงานซึ่งเคยปฏิบัติงานในโครงการระดมทุนที่เกี่ยวข้องกับแอมเนสตี้ ประเทศไทย
3. แอมเนสตี้ ประเทศไทยได้ติดตามความคืบหน้าของกระบวนการพิจารณาทางกฎหมายเป็นระยะ โดยครั้งสุดท้ายคือช่วงเดือนธันวาคม 2568 ทั้งนี้ บริษัท ฟันด์โปร แจ้งว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีความ
4. ภายหลังแอมเนสตี้ ประเทศไทยทราบว่า เจ้าพนักงานตรวจแรงงาน ได้มีคำวินิจฉัยในการยื่นเรื่องร้องเรียนนั้น เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 จึงได้ทำการติดต่อไปยังบริษัท ฟันด์โปร เพื่อให้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ซึ่งได้รับคำตอบว่าที่ผ่านมาทางบริษัท ฟันด์โปร ยังไม่ทราบผลคำวินิจฉัยดังกล่าวทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
5. จากขั้นตอนของข้อ 4 แอมเนสตี้ ประเทศไทยทำการมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเข้าหารือกับบริษัท ฟันด์โปร เพื่อให้เร่งจัดการข้อพิพาทที่เกี่ยวกับค่าจ้าง พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์คงค้าง (หากมี) และกระบวนการเลิกจ้าง หรือการดำเนินการตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตรวจแรงงาน
6. แอมเนสตี้ ประเทศไทยจะเรียกร้องให้บริษัท ฟันด์โปร นำข้อมูลที่เกี่ยวกับแอมเนสตี้ออกจากสื่อและเว็บไซต์ของบริษัท ฟันด์โปร เพื่อป้องกันการนำชื่อรวมถึงข้อมูลขององค์กรไปใช้ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความสับสนเกี่ยวกับสถานะความสัมพันธ์ในปัจจุบัน
7. ในอนาคตจะมีการพัฒนาแนวทางการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence Check) เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรที่จะมาร่วมงานกับแอมเนสตี้ ประเทศไทยจะมีไม่มีประวัติการละเมิดสิทธิแรงงาน และสิทธิมนุษยชนใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในอนาคต
8. แอมเนสตี้ ประเทศไทยยินดีที่จะเข้าพูดคุยกับผู้เสียหาย สหภาพคนทำงาน และสหภาพแรงงานแอมเนสตี้ ประเทศไทยเพื่อพูดคุยถึงมาตรการที่แอมเนสตี้ ประเทศไทยสามารถทำได้เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
9. ในกรณีนี้หากบริษัท ฟันด์โปร ยังเพิกเฉย แอมเนสตี้ ประเทศไทยจะแจ้งการกระทำของบริษัท ฟันด์โปรและผลกระทบต่อผู้เสียหาย สถานการณ์ผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัท ฟันด์โปร ไปยังสำนักงานแอมเนสตี้ ประเทศต่างๆ เพื่อพิจารณายุติการทำงานการร่วมงานกับบริษัท ฟันด์โปร ในประเทศอื่นๆ
ทั้งนี้ตามที่ปรากฏข้อพิพาทเกี่ยวกับการนำข้อมูลการสนทนาผ่านระบบ Facebook Messenger ระหว่างผู้เสียหายและสหภาพแรงงานแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ไปใช้ประกอบกระบวนการทางกฎหมายนั้น
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอชี้แจงผลการสอบสวนดังนี้:
ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น: พบว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายระดมทุนได้ส่งภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot) บทสนทนาดังกล่าวให้แก่ บริษัท ฟันด์โปร (Fundpro) จริง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายโดยการเร่งรัดให้บริษัทดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 3 วัน เท่านั้นโดยมิได้มีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายหรือมุ่งร้ายใดๆ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามเห็นควรของผู้ปฏิบัติงาน
ความผิดพลาดในการดำเนินงาน: แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยอมรับความบกพร่องในการปฏิบัติงานที่มิได้ปกปิดอัตลักษณ์ตัวตนของผู้เสียหายก่อนการส่งมอบข้อมูล จนเป็นเหตุให้บริษัท ฟันด์โปร นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้คดีในลำดับต่อมา
แอมเนสตี้ ประเทศไทย ตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้เสียหาย และขออภัยอย่างสูงในประการนี้ด้วยจริงใจ ทั้งนี้ องค์กรจะนำไปปรับปรุงมาตรการรักษาความลับของข้อมูลให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ทั้งนี้ แม้แอมเนสตี้ ประเทศไทยจะไม่ได้เป็นคู่กรณีในข้อพิพาทแรงงานดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรยังคงยึดมั่นในหลักการสิทธิมนุษยชนและเห็นว่าการแก้ไขปัญหาควรเป็นไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ไม่ประวิงเวลา และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ได้รับผลกระทบ แอมเนสตี้ ประเทศไทย จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวและพร้อมให้ความร่วมมือในกรอบที่เหมาะสมภายใต้กฎหมายและขอบเขตอำนาจหน้าที่ขององค์กร รวมถึงการสนับสนุนด้านข้อมูลและการประสานงานเพื่อให้ข้อพิพาทดังกล่าวได้รับการคลี่คลายด้วยกระบวนการที่สอดคล้องกับหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน
ขอแสดงความนับถือ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
เอกสารสำหรับดาวน์โหลด
แถลงการณ์ เรื่อง การดำเนินการของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เกี่ยวกับการเลิกจ้างลูกจ้างของบริษัท ฟันด์โปร (ประเทศไทย) จำกัด
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแอมเนสตี้
บริจาคสนับสนุนแอมเนสตี้




