กฎหมายระหว่างประเทศคืออะไร และใครปกป้องพลเรือน เมื่อสงครามอิหร่าน-อเมริกาเริ่มต้น?

28 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นวันที่คนอิหร่านหลายล้านคนจะจำไม่ลืม… 

ตีห้าเช้า ระเบิดเริ่มถล่มกรุงเตหะราน เมืองท่า Bandar Abbas และฐานทัพทั่วประเทศ ภายใน 12 ชั่วโมง สหรัฐและอิสราเอลยิงขีปนาวุธกว่า 900 ลูกโจมตีเป้าหมายทางทหาร โครงสร้างพื้นฐาน และผู้นำของอิหร่าน ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) เสียชีวิตในคืนนั้น

แต่ที่โลกไม่อาจมองข้ามได้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในเมือง Minab เมืองเล็กๆ ทางตอนใต้ของอิหร่าน นักเรียนประถมที่โรงเรียน Shajareh Tayyebeh กำลังเรียนอยู่ตามปกติ ขีปนาวุธ Tomahawk พุ่งเข้าใส่ตัวอาคาร เด็ก 156 คน และครูเสียชีวิตในคืนเดียว

… และนั่นคือวันแรกของสงครามที่เริ่มต้นขึ้น… 

ตั้งแต่นั้นมา ผู้คนกว่า 884,000 คนต้องหนีออกจากบ้านในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ โรงพยาบาลและโรงเรียนกว่า 734 แห่งถูกโจมตี และทั้งสองฝ่ายต่างอ้างว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

แต่กฎหมายระหว่างประเทศบอกอะไรเรื่องนี้? และใครคือคนที่ต้องตอบคำถามเหล่านี้?

การละเมิดกฎหมายสงครามอิหร่าน สหรัฐ

ทำไมอเมริกาถึงโจมตีอิหร่าน? ต้นตอของความขัดแย้งที่สะสมมาตลอด 70 ปี

แน่นอนว่าสงครามไม่ได้เริ่มต้นในปีเดียวแต่เป็นความขัดแย้งที่สะสมมาจนถึงจุดที่ต้องแตกตัก… 

จุดเริ่มต้นในปี 1953 สหรัฐและอังกฤษร่วมกันสนับสนุนการรัฐประหารโค่นล้มนายกรัฐมนตรี Mohammad Mosaddegh ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งและพยายามทำให้น้ำมันอิหร่านกลับมาเป็นของประชาชน นั่นคือบทเรียนแรกที่บอกให้รู้ว่า ผลประโยชน์ด้านพลังงานในภูมิภาคนี้มีมูลค่าสูงกว่าประชาธิปไตย

โปรเจกต์การพัฒนานิวเคลียร์ คือเชื้อเพลิงของความขัดแย้งล่าสุด ในปี 2015 อิหร่านและมหาอำนาจโลก 6 ชาติลงนามในข้อตกลง JCPOA (Joint Comprehensive Plan of Action) ซึ่งเป็นดีลที่จำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมของอิหร่านเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร แต่ในปี 2018 ทรัมป์ถอนสหรัฐออกจากดีลและกลับมาใช้นโยบาย “maximum pressure” คว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนัก อิหร่านตอบโต้ด้วยการเพิ่มระดับเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจนถึง 60% ซึ่งใกล้ระดับอาวุธมากขึ้น 

เปิดศึกอีกครั้งในปี 2025 อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “สงคราม 12 วัน” โจมตีสถานที่นิวเคลียร์และผู้นำทางทหารของอิหร่าน สหรัฐเข้าร่วมโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ด้วย ก่อนมีการหยุดยิง ตามด้วยเงินอิหร่านร่วงหนัก และการประท้วงทั่วประเทศในเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 ซึ่งรัฐบาลอิหร่านปราบปรามด้วยความรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตหลายพันคน

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในการเจรจาทางการทูต Oman ทำหน้าที่ตัวกลาง และผู้เจรจาบอกว่ากำลังใกล้ข้อตกลง แต่ทรัมป์บอกว่าไม่พอใจกับผลการเจรจา 2 วันหลังการประชุมที่เจนีวา ขีปนาวุธก็พุ่งเข้าใส่อิหร่าน 

รัฐบาลสหรัฐให้เหตุผลหลายอย่างในการเริ่มสงคราม ทั้งการป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์ การทำลายโปรแกรมขีปนาวุธ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง และแม้แต่การเข้าถึงแหล่งน้ำมัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของการโจมตีครั้งนี้

จาก 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันนี้: เส้นเวลาของสงครามที่ยังไม่จบ

28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในปฏิบัติการ “Operation Epic Fury” และ “Operation Roaring Lion” ผู้นำสูงสุดคาเมเนอีเสียชีวิต

มีนาคม 2026 อิหร่านโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่อิสราเอล ฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค และประเทศอาหรับหลายแห่ง อิหร่านปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้น้ำมันขาดแคลนในเอเชีย ช่วงนี้เองที่โรงเรียน Minab ถูกโจมตี

7-8 เมษายน 2026 ปากีสถานทำหน้าที่ตัวกลาง และสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ แต่ทั้งสองฝ่ายก็ฝ่าฝืนหยุดยิงหลายครั้ง

พฤษภาคม 2026 ณ ขณะนี้ ทรัมป์บอกว่าการหยุดยิงอยู่ใน “Massive Life Support” การเจรจาดำเนินต่อ แต่ไม่มีข้อสรุป โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง สงครามยังไม่ถึงบทสรุป และพลเรือนทั้งสองฝ่ายยังคงแบกรับผลกระทบกับความไม่แน่นอนทางสงคราม

กฎหมายระหว่างประเทศ คืออะไร และทำไมถึงเกี่ยวข้องกับทุกคน

กฎหมายระหว่างประเทศในยามสงคราม หรือที่เรียกว่า “กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (International Humanitarian Law หรือ IHL)” คือชุดของกฎที่ทุกฝ่ายในความขัดแย้งต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าใครจะเป็นผู้รุกรานหรือผู้ถูกโจมตี 

รากฐานของกฎหมายนี้มาจากอนุสัญญาเจนีวา ปี 1949 ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมถึงสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านต่างเป็นภาคี

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศกำหนดหลักการสำคัญ 3 ข้อที่ทุกฝ่ายต้องเคารพ ได้แก่ 

หลักการความหมายตัวอย่างการละเมิดในสงครามอิหร่าน
การแยกแยะ (Distinction)ต้องแยกแยะระหว่างเป้าหมายทางทหารกับพลเรือนเสมอการโจมตีโรงเรียน Minab ที่มีเด็ก 156 คนเสียชีวิต
ความสมสัดส่วน (Proportionality)ความเสียหายต่อพลเรือนต้องไม่มากเกินกว่าประโยชน์ทางทหารที่ได้รับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน เช่น โรงพยาบาลและโรงไฟฟ้า
การป้องกันล่วงหน้า (Precaution)ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อลดความเสียหายต่อพลเรือนก่อนโจมตีการใช้ข้อมูลอาวุธล้าสมัย AI ที่ผิดพลาด และไม่มีการแจ้งเตือน

นอกจาก IHL แล้ว กฎบัตรสหประชาชาติยังห้ามการใช้กำลังทางทหารต่อประเทศอื่น เว้นแต่เป็นการป้องกันตนเองที่ชัดเจน หรือได้รับมอบอำนาจจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งการโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ไม่ได้มีการขอมติจาก UN Security Council แต่อย่างใด

การละเมิดกฎหมายสงครามในความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ: ทุกฝ่ายมีส่วน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ได้บันทึกการละเมิดจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งนี้

การโจมตีจากฝ่ายสหรัฐและอิสราเอล

กรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือโรงเรียน Minab ผลการสอบสวนของแอมเนสตี้พบว่าโรงเรียนถูกโจมตีโดยตรงด้วยขีปนาวุธนำวิถีแม่นยำ และกองกำลังสหรัฐไม่ได้ดำเนินมาตรการป้องกันที่เป็นไปได้ทั้งหมด รายงานเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐยอมรับว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้ข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักการป้องกันล่วงหน้าอย่างร้ายแรง

นอกจากนี้ยังมีการโจมตีโรงพยาบาล คลีนิกสำหรับเด็กออทิสติก โรงงานผลิตยา และโรงงานน้ำจืด ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญาเจนีวา

นักวิชาการกฎหมายระหว่างประเทศกว่า 100 คน รวมถึง Oona Hathaway จากมหาวิทยาลัย Yale และ Philip Alston จาก New York University ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึกแสดงความกังวลอย่างจริงจังต่อการกระทำเหล่านี้

การโจมตีจากฝ่ายอิหร่าน

แอมเนสตี้พบว่าการโจมตีเมือง Beit Shemesh ในอิสราเอลซึ่งสังหารพลเรือน 9 คน รวมถึงเด็กวัยรุ่น 3 คนในครอบครัวเดียวกัน เกิดขึ้นในพื้นที่ที่ไม่มีเป้าหมายทางทหารที่ชัดเจน

รัฐบาลอิหร่านยังปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ทำให้ประชาชน 92 ล้านคนถูกตัดจากข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นต่อความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งขัดกับสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

เมื่อมหาอำนาจทำผิดกฎหมายสงคราม ใครบังคับใช้?

นี่คือคำถามที่ยากที่สุด และตอบได้ตรงๆ ว่า “ไม่มีระบบที่สมบูรณ์” 

ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ตั้งขึ้นในปี 2002 มีอำนาจสอบสวนและดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่สหรัฐและอิสราเอลไม่ได้เป็นภาคีของ Rome Statute ซึ่งหมายความว่า ICC ไม่มีเขตอำนาจโดยตรงเหนือพลเมืองของสองประเทศนี้ เว้นแต่รัฐที่เกี่ยวข้องจะยอมรับเขตอำนาจโดยสมัครใจ องค์กร DAWN เรียกร้องให้อิหร่านยื่นคำประกาศยอมรับเขตอำนาจของ ICC เพื่อเปิดทางให้มีการดำเนินคดีกับทุกฝ่าย

คณะมนตรีความมั่นคงแห่ง UN มีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินการ แต่สหรัฐมีสิทธิ์ยับยั้ง (veto) ซึ่งทำให้ไม่อาจมีมติต่อสหรัฐได้เลย นี่คือข้อบกพร่องโครงสร้างที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้แก้ไขมานานแล้ว

คณะผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่ง UN และ Office of the UN High Commissioner for Human Rights กำลังติดตามและสอบสวนการละเมิดอยู่ในขณะนี้ แต่ไม่มีอำนาจบังคับใช้โดยตรง 

สิ่งที่ทำได้จริงคือการรวบรวมหลักฐาน บันทึกเหตุการณ์ และสร้างแรงกดดันทางการเมืองผ่านประชาคมโลก ซึ่งนั่นคืองานที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนอย่างแอมเนสตี้กำลังทำอยู่ กิจกรรมการเคลื่อนไหวของแอมเนสตี้เป็นหนึ่งในความสามารถที่เราสานต่อกันมาอย่างยาวนานกับเครือข่ายทั่วโลก

สงครามอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กำลังทำอะไรในความขัดแย้งนี้

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นหนึ่งในองค์กรที่เข้าสอบสวนการละเมิดในสงครามครั้งนี้อย่างรวดเร็วที่สุด 

ทีมสืบสวนรวบรวมหลักฐานจากภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอจากโซเชียลมีเดีย และการสัมภาษณ์พยานในพื้นที่ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของการโจมตีโรงเรียนประถม Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minabโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

แอมเนสตี้เรียกร้องให้ทั้งสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านยุติการโจมตีพลเรือน เปิดทางให้มีการสอบสวนอิสระ และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยชัดเจนว่าการตรวจสอบต้องครอบคลุมทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง 

สิทธิมนุษยชนที่พลเรือนต้องได้รับ ไม่ว่าสงครามจะเกิดที่ไหน

ใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ พลเรือนทุกคนในพื้นที่สงครามมีสิทธิดังต่อไปนี้:

  • สิทธิในชีวิต ต้องไม่ถูกโจมตีโดยตั้งใจ ไม่ว่าจะสัญชาติใด 
  • สิทธิในการอพยพอย่างปลอดภัย ต้องได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนการโจมตีในพื้นที่อยู่อาศัย
  • สิทธิเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม รัฐต้องไม่ปิดกั้นความช่วยเหลือจากองค์กรกาชาด UN และองค์กรมนุษยธรรมอื่นๆ
  • สิทธิในการรับรู้ข้อมูล รัฐไม่มีสิทธิปิดอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณสื่อสารในยามสงคราม เพราะข้อมูลคือสิ่งที่ช่วยชีวิตได้
  • สิทธิในการรับการชดเชย หากได้รับความเสียหายจากการโจมตีที่ผิดกฎหมาย

ซึ่งสิทธิเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ตัวอักษรในสนธิสัญญา แต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างสงครามกับอาชญากรรม

FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศและสงครามอิหร่าน

Q: กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายสงครามต่างกันอย่างไร?

กฎหมายระหว่างประเทศเป็นคำกว้างที่ครอบคลุมกฎทั้งหมดที่ประเทศต้องปฏิบัติต่อกัน ส่วนกฎหมายสงคราม หรือ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) เป็นส่วนย่อยที่ใช้บังคับโดยเฉพาะในยามที่เกิดความขัดแย้งด้วยอาวุธ โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสู้รบ รวมถึงพลเรือน นักโทษสงคราม และบุคลากรทางการแพทย์

Q: อิหร่านสูญเสียอะไรบ้างจากสงครามนี้?

ณ เดือนเมษายน 2026 โรงพยาบาลและสถานพยาบาลกว่า 307 แห่งได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 1,900 คน และประชาชนกว่า 884,000 คนถูกบังคับให้อพยพในสัปดาห์แรก ผลกระทบระยะยาวต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมยังอยู่ระหว่างการประเมิน 

Q: สงครามอิหร่าน-อเมริกาจบแล้วหรือยัง?

ณ ปัจจุบันในปี 2026 ความขัดแย้งยังไม่จบ และมีการเจราจาหยุดยิงชั่วคราวตั้งแต่ 8 เมษายน 2026 แต่ทรัมป์บอกว่าการหยุดยิงอยู่ใน “massive life support” การเจรจายังดำเนินอยู่โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และความเสี่ยงที่สงครามจะกลับมาปะทุอีกครั้งยังคงมีอยู่เช่นกัน  

Q: แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ช่วยอะไรได้บ้าง?

แอมเนสตี้สืบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทุกฝ่ายในความขัดแย้ง รวบรวมหลักฐานเพื่อสนับสนุนการดำเนินคดี และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังรณรงค์เพื่อปกป้องพลเรือนที่ถูกกักขังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายในอิหร่าน รวมถึงนักโทษการเมืองที่ถูกคุมขังก่อนและระหว่างสงคราม

เราทุกคนทำอะไรได้บ้าง เมื่อสงครามอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร

ขณะที่สงครามกำลังปะทุในอีกซีกโลกหนึ่ง เราอาจรู้สึกว่ามันยังห่างไกลจากเรามาก แต่ทุกการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ปล่อยผ่านโดยไม่มีการรับผิดชอบคือการยืนยันว่ากฎหมายใช้ไม่ได้จริง นั่นเป็นสัญญาณสิ่งนี้สามารถส่งผลกระทบต่อทุกคนได้ทุกเมื่อ 

เด็ก 156 คนในโรงเรียน Minab ไม่ได้เลือกเกิดในประเทศที่กำลังทำสงคราม ครอบครัวที่สูญเสียลูกในคืนเดียวที่ Beit Shemesh ก็ไม่ได้เลือกเช่นกัน ทุกชีวิตที่สูญเสียไปในสงครามนี้คือการบอกว่ากฎหมายระหว่างประเทศยังไม่เพียงพอ และความรับผิดชอบยังไม่มาถึง 

สิ่งที่คุณทำได้คือไม่ปล่อยให้มันถูกลืม…

ร่วมลงชื่อเรียกร้อง และบริจาคสนับสนุน ในแคมเปญที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายในสงครามปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และยุติการโจมตีพลเรือนในความขัดแย้งอื่นๆ ทั่วโลก

ร่วมลงชื่อเรียกร้องและอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ amnesty.or.th

อ่านประเด็นสังคมที่น่าสนใจอื่นๆ ที่นี่