สิทธิสตรีในสงครามอิหร่าน – สหรัฐอิสราเอล ผู้หญิงในสงครามกลุ่มเปราะบางที่โลกมักลืม

สิทธิสตรีในสงครามอิหร่าน - สหรัฐอิสราเอล Amnesty

ชั้นเรียนที่โรงเรียนประถม Shajareh Tayyebeh ในเมือง Minab ทางใต้ของอิหร่านกำลังเปิดการเรียนการสอนอยู่ตามปกติ เด็กๆ อายุ 7-12 ปีนั่งเรียน ครูกำลังสอน ผู้ปกครองบางคนยืนรออยู่หน้าโรงเรียน

จากนั้น ขีปนาวุธพุ่งเข้าใส่ตัวอาคาร หลังคาพังทลายลง เด็กและครูยังอยู่ข้างใน… 

รายา ซาเรอิ เด็กหญิงคนหนึ่งในเหตุการณ์นี้ ถูกพบโดยพ่อของเธอซึ่งคุ้ยเศษซากและชิ้นส่วนร่างกายในนาทีที่วุ่นวายหลังขีปนาวุธพุ่งชนโรงเรียน ร่างของเธออ่อนปวกเปียก ครึ่งหน้าเปื้อนเลือด ส่วน มากัน นาซีรี เด็กชายอายุ 7 ขวบ กลายเป็นเด็กที่ครอบครัวไม่มีแม้กระทั่งร่างให้ฝัง หลังเจ็ดสัปดาห์ของการค้นหา ทางการแจ้งกับพ่อแม่ของเขาว่าคดีถูกปิดลงโดยไม่พบร่องรอยใดๆ 

นี่คือวันแรกของสงคราม และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้หญิงเมื่อโลกตัดสินใจทำสงคราม โดยที่พวกเธอไม่มีส่วนในการตัดสินใจนั้นเลย… 

สิทธิสตรี ถูกละเมิดก่อนสงครามจะเริ่มต้น

ก่อนที่ขีปนาวุธลูกแรกจะออกเดินทาง จุดฉนวนสงครามอิหร่าน – สหรัฐอิสราเอล ผู้หญิงอิหร่านต้องสู้อยู่กับระบบที่กดทับสิทธิสตรีมาตลอดหลายสิบปี ตั้งแต่กฎบังคับสวมฮิญาบ ข้อจำกัดในการทำงาน การเดินทาง และสิทธิการหย่าร้าง ไปจนถึงการที่เสียงของผู้หญิงถูกลบออกจากพื้นที่สาธารณะและการตัดสินใจทางการเมือง

ปี 2022 การเสียชีวิตของ มาห์ซา อามีนี หลังถูกจับกุมเรื่องการสวมฮิญาบ จุดชนวนการประท้วงขนาดใหญ่ภายใต้ขบวนการ “Woman, Life, Freedom” ผู้หญิงออกมาเรียกร้องสิทธิสตรีบนท้องถนนทั่วประเทศ รวมถึงนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่าน แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการจับกุม การทรมาน และการสังหาร 

เมื่อสงครามเริ่มต้น สิ่งที่เลวร้ายอยู่แล้วก็ยิ่งเลวร้ายกว่าเดิม… 

ผู้หญิงในสงคราม: ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ต้องไม่ถูกลืม

นับตั้งแต่วันแรกของการเริ่มโจมตี ผู้หญิงและเด็กหญิงกว่า 1.6 ล้านคนในอิหร่านถูกบังคับให้อพยพออกจากบ้านเรือน และในเลบานอนอีก 620,000 คน เฉพาะในอิหร่าน มีผู้หญิงเสียชีวิตจากการโจมตีอย่างน้อย 204 คน นอกเหนือจากเด็กหญิง 168 คนที่เสียชีวิตในวันแรก 

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในช่วงต้นปี 2026 มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้หญิงและเด็กผู้หญิงชาวอิหร่านหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ออกมาอย่างต่อเนื่อง เช่น เหตุโจมตีโรงเรียนหญิงล้วน (ก.พ.-มี.ค. 2569) อิหร่านรายงานว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ ได้โจมตีโรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วนในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีนักเรียนหญิงและบุคลากรเสียชีวิตจำนวนมาก โดยรายงานระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตเบื้องต้นกว่า 53 ราย และต่อมามีการรายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างน้อย 153-165 ราย 

แต่ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมด เพราะการละเมิดสิทธิสตรีในสงครามเกิดขึ้นในรูปแบบที่มองไม่เห็น ยากต่อการนับ และยากกว่าจะหยุด

สิทธิสตรีในสงครามอิหร่าน สหรัฐ

การละเมิดสิทธิสตรีในสงครามที่ไม่ถูกพูดถึง

การตัดขาดจากระบบสุขภาพ

ในเลบานอน มีการโจมตีสถานพยาบาลและโรงพยาบาลกว่า 150 ครั้งระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2026 สิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน แต่สำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ที่กำลังคลอดบุตร หรือที่ต้องการยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน มันหมายถึงชีวิตและความตาย ผลกระทบจากมลพิษจากการทิ้งระเบิดโครงสร้างน้ำมันและก๊าซยังเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพสืบพันธุ์ในระยะยาว

การจับกุมและโทษประหารนักปกป้องสิทธิสตรี

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น รัฐบาลอิหร่านเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้เห็นต่าง มีการจับกุมกว่า 3,600 คน ซึ่งมีผู้หญิงและเยาวชนอยู่ด้วยจำนวนมาก ผู้ถูกจับกุมหลายรายถูกกล่าวหาในคดีความมั่นคงโดยไม่มีทนายความ ไม่มีการดูแลทางการแพทย์ และไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เดือนเมษายน 2026 Maryam Hodavand ถูกตัดสินโทษประหารชีวิตจากการมีส่วนร่วมในการประท้วง ท่ามกลางข้อกล่าวหาว่ามีการบังคับให้สารภาพ

ภาระการดูแลที่หนักขึ้นสองเท่า

ในทุกสังคม ผู้หญิงแบกภาระการดูแลครอบครัวไว้มากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว เมื่อสงครามเกิดขึ้น ภาระนั้นหนักขึ้นสองเท่า ทั้งดูแลเด็ก ดูแลผู้สูงอายุ ดูแลผู้บาดเจ็บ ในขณะที่ระบบสนับสนุนทั้งหมดพังทลายลง เศรษฐกิจพังทลาย ราคาอาหารพุ่งสูง และไม่มีสวัสดิการใดมารองรับ 

กฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิสตรีในสงครามไว้อย่างไร

กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลกำหนดไว้ชัดเจนว่า ในยามสงคราม ทุกฝ่ายต้องคุ้มครองผู้หญิงจากความรุนแรงทางเพศโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามเมื่อเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยมีข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้ 

  • ห้ามโจมตีสถานพยาบาลซึ่งรวมถึงคลินิกสุขภาพสืบพันธุ์ 
  • ต้องเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง รวมถึงผู้หญิงและเด็ก 
  • ต้องไม่จับกุมบุคคลในข้อหาที่ไม่มีมูล ไม่มีทนาย และไม่มีกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม

แต่ในความเป็นจริงของสงครามอิหร่าน ทั้งหมดนี้ถูกละเมิดจากหลายฝ่าย และไม่มีกลไกใดสามารถหยุดมันได้ทันท่วงที

เสียงของผู้หญิงอิหร่านที่โลกต้องฟัง เมื่อทุกคนหันหน้าสู่สงคราม?

เมื่อนักการเมืองพูดถึงสงครามอิหร่าน บทสนทนามักวนอยู่กับการแข่งขันการพัฒนาทางอาวุธ การเจรจานิวเคลียร์ และผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ ผู้หญิงถูกพูดถึงในฐานะ “พลเรือนที่ต้องปกป้อง” แต่แทบไม่เคยถูกพูดถึงในฐานะผู้มีสิทธิ์มีเสียงในการกำหนดชะตาของตัวเอง

การละเมิดสิทธิสตรีในสงครามไม่ใช่ผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นรูปแบบที่ถูกวางแผน ถูกเลือก และถูกมองข้ามโดยผู้มีอำนาจที่ไม่ใช่ผู้หญิง… 

หากมองในด้านของเศรษฐกิจโลกที่จะมีผลกระทบต่อผู้หญิง IMF ประเมินว่าทุกๆ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 10% ผลักดันเงินเฟ้อโลกขึ้น 0.4% และผู้หญิงซึ่งถือสินทรัพย์น้อยกว่า เป็นเจ้าของที่ดินน้อยกว่า และมีโอกาสมีชีวิตอยู่ในความยากจนมากกว่าผู้ชาย คือผู้แบกรับผลกระทบนั้นโดยไม่มีเบาะรองรับ สงครามอิหร่านไม่ได้เป็นแค่สงครามในตะวันออกกลาง มันส่งผลต่อผู้หญิงที่ยากจนทั่วโลก 

และถึงแม้ว่านักปกป้องสิทธิสตรีในอิหร่านที่ยังคงทำงานอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ยังคงต้องเผชิญกับการถูกข่มขู่ จับกุม และในบางกรณีถูกสังหาร องค์กรด้านสิทธิสตรีที่ควรจะเป็นแนวหน้าในการตอบสนองต่อวิกฤตกลับถูกปิดพื้นที่ ถูกตัดเงินทุน และถูกคุกคามด้วยกฎหมายความมั่นคง 

สงครามอิหร่าน-สหรัฐอิสราเอล Amnesty

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กับสิทธิสตรีในความขัดแย้งอิหร่าน

Amnesty International เราดำเนินกิจกรรมปกป้องสิทธิสตรีอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง นับตั้งแต่วันที่เกิดการโจมตีอิหร่าน แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ยุติการโจมตีพลเรือน และให้มีการสอบสวนอิสระในกรณีที่มีพลเรือนเสียชีวิต 

และในด้านสิทธิสตรี แอมเนสตี้ระบุว่าผู้ถูกจับกุมจากการประท้วงหลายพันคนมีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานและความรุนแรงทางเพศในระหว่างถูกควบคุมตัว และออกรายงานแยกต่างหากเรื่องการที่รัฐบาลอิหร่านกำหนดเป้าหมายไปที่นักปกป้องสิทธิสตรีด้วยการจับกุมโดยพลการ การเฆี่ยน และโทษประหารชีวิต 

นี้เป็นสิ่งที่แอมเนสตี้ยืนหยัดมาตลอดว่าผู้หญิงต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ว่าจะโดยการอ้างว่าปกป้อง หรือโดยการจับกุมเพราะพวกเธอลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิที่พึ่งควรจะได้รับตั้งแต่แรก 

ในเช้าวันนั้นเด็กทุกคนไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ ไม่ใช่เพื่อตาย ผู้หญิงที่ลุกขึ้นเรียกร้องสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่เพื่อถูกพิพากษาให้ตาย หรือถูกข่มขู่ ผู้หญิงทุกคนที่หนีออกมาพร้อมลูกในอ้อมแขน ออกมาเพื่อหาชีวิตที่ดีกว่า ไม่ใช่เพื่อสูญเสียทุกอย่าง… 

สิทธิสตรีไม่ใช่คำพูดสวยหรูที่พร่ำเพรื่อ และผู้หญิงในสงครามไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน พวกเธอคือคนที่ต้องได้รับการปกป้อง ได้รับความยุติธรรม และได้รับสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของตัวเอง ทั้งในยามสงบและในยามสงคราม”

คุณสามารถร่วมปกป้องสิทธิสตรีในสงครามไปกับเราได้

สงครามความไม่สงบอาจเกิดที่อิหร่าน แต่สิทธิสตรีเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดช่องทางให้คุณมีส่วนร่วมได้โดยตรงกับเรา 

  • ร่วมลงชื่อ ในแคมเปญสนับสนุนนักปกป้องสิทธิสตรีที่ถูกจับกุมในอิหร่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
  • บริจาคสนับสนุน งานสืบสวนและรณรงค์ด้านสิทธิสตรีของแอมเนสตี้ ซึ่งดำเนินงานอย่างเป็นอิสระโดยไม่รับเงินจากรัฐบาลหรือบริษัทใด

ร่วมลงชื่อและอ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ amnesty.or.th 

อ่านประเด็นสังคมที่น่าสนใจอื่นๆ ที่นี่