15 ความสำเร็จของกิจกรรม Write for Rights

3 ธันวาคม 2561

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

มาราธอนจดหมายของเราอายุ 15 ปีแล้ว และมันยิ่งใหญ่และดียิ่งกว่าเมื่อก่อน

 

มันเริ่มมาจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่พบรักกับหญิงสาวในงานเทศกาลที่โปแลนด์ เธอเล่าให้เขาฟังถึงกิจกรรมหนึ่งที่เธอเคยเข้าร่วมในแอฟริกา ซึ่งทุกคนจะเขียนจดหมายกันยาวนานถึง 24 ชั่วโมงเพื่อส่งไปประท้วงรัฐบาล เพราะแรงบันดาลใจจากเรื่องของเธอ เขาตั้งความหวังที่จะได้เจอเธออีกครั้ง เขาจึงชวนเธอไปยังกลุ่มแอมเนสตี้ในประเทศที่เขาเองเป็นสมาชิก เพื่อที่จะได้เขียนจดหมายด้วยกัน

 

ไอเดียดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างมาก และภายในปีเดียว โครงการ Write for Rights ก็กลายเป็นปรากฏการณ์จดหมายระดับโลก และนั่นคือเรื่องราวของปี 2002 ในวันนี้ Write for Rights เป็นกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีคนอย่างน้อย 48 คนทั่วโลกที่ได้ถูกปล่อยตัวหลังจากถูกคุมขังโดยพลการ นั่นคือ 48 ชีวิตที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เพราะการกระทำของพวกคุณและคนอื่นๆอีกนับล้านคนจากทุกมุมโลก

 

และนี่คือ 15 ชีวิตที่ได้รับการช่วยเหลือใน 15 ปีที่ผ่านมา เผื่อจะช่วยให้คุณอยากที่จะเขียนอีกครั้ง

ลงชื่อเลย

 

1. อัลเบิร์ต วูดฟ๊อกซ์ จาก สหรัฐอเมริกา

 

 

 

 

ผู้ยังต้องโทษจำคุกคนสุดท้ายของกลุ่มแองโกล่าทรีที่เคยเรียกร้องการปฏิบัติต่อนักโทษที่ดีขึ้น อัลเบิร์ต วูดฟ๊อกซ์ ได้รับการปล่อยตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 หลักจากถูกแยกขังเดี่ยวในเรือนจำรัฐหลุยเซียน่านานถึง 43 ปี ซึ่งเชื่อว่าเป็นโทษขังเดี่ยวที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ “ผมไม่อาจบอกได้ว่าการได้จดหมายจากคนรอบโลกมันสำคัญกับผมแค่ไหน” อัลเบิร์ตกล่าว “มันทำให้ผมรู้สึกมีค่า ทำให้ผมยังมีแรง ทำให้ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่ผมทำ” ผู้สนับสนุนของเราส่งจดหมายมากกว่า 650,000 ฉบับเพื่อเขาจากโครงการWrite for Rights


2. อเลซ เบียเลียตสกี จาก เบลารุซ

นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียง อเลซได้รับการปล่อยตัวจากค่ายแรงงานนักโทษเมื่อปี 2014 หลักจากเขาได้รับจดหมายสนับสนุนมากกว่า 40,000 ฉบับจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ตั้งแต่ Write for Rights 2012 “ผู้อยากจะขอขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับกำลังใจที่มอบให้” อเลซกล่าวหลังได้รับการปล่อยตัว “สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างจริงๆก็คือการที่จดหมายถูกส่งมาจากคนธรรมดา และผมอยากจะขอบคุณอย่างยิ่งผ่านนักกิจกรรมเหล่านั้น”


3. เบอร์ตูคาน มีเด็คซา จาก เอธิโอเปีย

ผู้นำพรรคฝ่ายค้านจากประเทศเอธิโอเปียได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในปี 2010 หลังจากเป็นเป้าหมายของ Write for Rights ปีก่อนหน้า เธอได้กล่าวกับเราในปี 2013 ว่า “การที่พวกคุณกดดันรัฐบาลเอธิโอเปียเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้ฉันได้ถูกปล่อยตัว”


4. เชลซี แมนนิ่ง จาก สหรัฐอเมริกา

 

ผู้เปิดโปงรัฐบาลสหรัฐผู้นี้ได้ถูกปล่อยตัวในเดือนพฤษภาคม 2017 หลังจากโทษจำคุก 35 ปีของเธอถูกตัดจบโดยประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า โดยมีคนเกือบสามแสนคนที่เขียนจดหมายให้ปล่อยตัวเธอ เธอกล่าวว่า “ฉันอยากที่จะมีเวลาและความสามารถที่จะขอบคุณทุกคนที่ส่งจดหมายให้ฉันตัวต่อตัว เพื่อให้คุณรู้ถึงความสุขที่ฉันได้รับในทุกๆจดหมาย”


5. ยอม บุปผา จาก กัมพูชา


นักต่อสู้เพื่อสิทธิในที่อยู่อาศัยยอม บุปผาได้รับการปล่อยตัวปลายปี 2013 หลังจากประท้วงการขับไล่ชุมชนของเธอออกจากพื้นที่แล้วถูกยัดข้อหาที่ไม่เป็นจริง แม้ข้อหานั้นจะยังคงอยู่ แต่เธอก็ได้กลับบ้าน “ขอบคุณผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ทุกคน!” เธอกล่าว “พวกคุณทำสำเร็จ ฉันได้ปล่อยตัวแล้ว!”


6. เฟร็ด บาวมา และ อวีส มาความบา จาก คองโก

 

 


เยาวชนนักสิทธิทั้งสองได้รับการปล่อยตัวปลายเดือนสิงหาคม 2016 เมื่อคน 170,000 ส่งจดหมายจากกิจกรรม Write for Rights “ทุกๆจดหมาย ทุกๆการเยี่ยม และทุกคำพูดเติมพลังให้เราและส่งเสริมในการต่อสู้ที่ยาวนานแต่ยุติธรรมเพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย” อวีสกล่าว และนักกิจกรรมในกลุ่มของเขาอีกสิบคนก็ได้รับการปล่อยตัวในปีเดียวกัน


7. จับบาร์ ซาลาวาน จาก อาเซอร์ไบจาน


เยาวชนนักสิทธิผู้นี้ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวภายในไม่กี่วันหลังจากจดหมายของเหล่าผู้สนับสนุนหลั่งไหลเข้าไปในประเทศ โดยเขาถูกจับกุมในปี 2011 จากการยัดข้อหาค้ายาเสพติดหลังเรียกร้องให้มีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล “การสนับสนุนของพวกคุณมันเยี่ยมมาก ทำให้ผมรู้สึกเหมือนไม่ได้อยู่ในคุกเลย”


8. เจบัวร์ เมจรี จาก ตูนิเซีย


เจบัวร์ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวในปี 2014 หลังมีจดหมายกดดันจากทั่วโลกที่มาจากผู้เข้าร่วม Write for Rights 2013 โดยเจบัวร์ถูกตัดสินจำคุก 2 ปีหลังจากโพสข้อความที่ขัดต่ออิสลามบนเฟสบุ๊ค “ทุกอย่างดีขึ้นเมื่อมีคนสนใจเคสของผมเยอะขึ้น แล้วมีทนายความและนักกิจกรรมมาเยี่ยมผมในคุก” เจบัวร์กล่าว “การสนับสนุนจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นเนลมีผลสำคัญมาก ผมยินดีมากที่พวกคุณทำให้คนรู้เรื่องของผมเยอะขึ้น ไม่ใช่แค่ในหมู่นักกิจกรรม แต่ออกไปถึงประชาชนตูนิเซียเช่นกัน”


9. จีนเน็ต โซลสแตด รีโม จาก นอร์เวย์


มิถุนายน 2016 เป็นจุดจบของการต่อสู้ของจีนเน็ตให้ได้รับสิทธิในการพิสูจน์ว่าเป็นผู้หญิงโดยที่ไม่ละเมิดต่อศักดิ์ศรีและสิทธิมนุษยชน เมื่อนอร์เวย์ออกกฎหมายใหม่ให้บุคคลข้ามเพศสามารถพิสูจน์เพศตามกฎหมายได้ด้วยกรรมวิธีที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และโปร่งใส หลังจาก Write for Rights 2014 ที่มีคนเขียนจดหมายสนับสนุนนับพันคน นำไปสู่การพลิกประวัติศาสตร์กฎหมายนอร์เวย์ที่เคยใช้กรรมวิธีที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวและสิทธิมนุษยชน


10. เจอร์รีม คอร์ จาก ฟิลิปปินส์

 

 


เรอร์รีมต้องโทษจำคุกสี่ปีหลังถูกจับกุมเมื่อปี 2012 และทรมานโดยตำรวจให้รับสารภาพคดีที่เขาไม่ได้ทำ หลังจากเป็นหัวข้อใน Write for Rights 2014 คดีของเขาได้รับการท้วงโดยจดหมายถึง 70,000 ฉบับ ทำให้ฟิลิปปินส์ต้องสอบสวนข้อกล่าวหาของเจอร์รีมว่าถูกทรมาณโดยตำรวจ ในเดือนมีนาคม 2016 นายตำรวจเจริค ดี จิมิเนซถูกตัดสินจำคุกจากคดีทรมานนักโทษและต้องจ่ายค่าเสียหายให้เจอร์รีมด้วย ซึ่งเป็นคดีประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์เพราะเป็นคดีแรกที่ถูกตัดสินโดยกฎหมายต้านการทรมานที่เขียนออกมาในปี 2009 หลังการรณรงค์โดยนักกิจกรรมของแอมเนสตี้มาหลายปี


11. โมเสส อคาตุคบา จาก ไนจีเรีย


หลังจาก 10 ปีในเรือนจำและจดหมายอีก 800,000 ฉบับจากนักกิจกรรมรอบโลก โมเสสก็ได้รับการไว้ชีวิตในเดือนมิถุนายน 2015 หลังจากถูกยัดข้อหาว่าขโมยโทรศัพท์สามเครื่อง เขาถูกทรมานและตัดสินประหารชีวิตตอนอายุได้ 16 ปี เขาได้รับการอภัยโทษหลังการกดดันจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้หลัง Write for Rights 2014 และกิจกรรม Stop Torture “ผู้สนับสนุนและนักกิจกรรมแอมเนสตี้ทุกคนเป็นฮีโร่ของผม” โมเสสกล่าว “ผมสัญญาว่าจะเป็นนักสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะสู้เพื่อคนอื่น”


12. มูฮัมหมัด เบคซานอฟ จาก อุซเบกิสถาน


มูฮัมหมัดได้รับการปล่อยตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 หลังถูกจำคุกมา 17 ปี โดยเป็นหนึ่งในนักข่าวที่ถูกจำคุกยาวนานที่สุดในโลก เขาได้รับการสนับสนุนจากนับพันคนรอบโลกหลังจากเป็นหนึ่งใน Write for Rights 2015 และโครงการ Stop Torture


13. ดร. ทัน อัง จาก เมียนมาร์


นักโทษทางความคิดผู้นี้ได้ถูกปล่อยตัวเดือนมกราคม 2015 ในฐานะผู้นำชุมชนชาวมุสลิม เขาถูกตัดสินจำคุก 17 ปีในปี 2012 หลังจากพยายามห้ามปรามการปะทะกันระหว่างชาวพุทธและโรฮิงยาในรัฐยะไข่ มีผู้คนหลายพันคนรอบโลกที่เขียนจดหมายให้ปล่อยตัวเขาใน Write for Rights 2013 ในวันนี้ ทัน อัง เป็นสมาชิกแอมเนสตี้เช่นกัน “ผมจะไม่มีวันลืมว่าเคยเป็นคนหนึ่งที่มีคนใจดีมากมายช่วยเหลือในงาน Write for Rights มันมีผลอย่างมากกับการปล่อยตัวผม ตานนี้ผมจึงเขียนจดหมายเพื่อช่วยเหลือคนที่ยังอยู่ในคุกเพราะต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน”


14. วาเลนติน่า โรเซนโด แคนตู และ อิเนซ เฟอร์นันเดซ ออร์เตกา จาก เม็กซิโก


ในที่สุดรัฐบาลเม็กซิโกก็ยอมรับผิดชอบต่อการกระทำของทหารที่ข่มขืนวาเลนติน่าและอิเนซเมื่อปี 2002 หลังจากทั้งคู่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในคดีดังกล่าวมาตั้งแต่ตอนนั้น จนกระทั่งแอมเนสตี้ช่วยขยายเสียงของพวกเธอให้ดังยิ่งขึ้นผ่าน Write for Rights 2011 “หากไม่มีจดหมายของพวกคุณ การกระทำของพวกคุณ และความเป็นหนึ่งเดียวของพวกคุณ เราคงจะมาไม่ถึงจุดนี้” วาเลนติน่ากล่าว


15. เยเซเนีย อาร์เม็นตา จาก เม็กซิโก


เยเซเนียได้รับการปล่อยตัวในเดือนมิถุนายน 2016 หลังจากถูกกักตัวตั้งแต่ปี 2012 เธอถูกทุบตี ข่มขืน และทำให้ขาดอากาศหายใจในการทรมานถึง 15 ชั่วโมงเพื่อให้เธอรับสารภาพว่ามีส่วนร่วมในการฆาตกรรมสามีของเธอ แอมเนสตี้ส่งคำร้องถึง 300,000 คำร้องเพื่อช่วยเธอในโครงการ Write for Rights และ Stop Torture “เมื่อฉันได้รับจดหมายเหล่านี้ที่บอกว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียว” เธอกล่าว “มันทำให้ฉันรู้สึกดีมาก และฉันก็คิดว่า ใช่ จริงๆด้วย ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว”

 

ลงชื่อเลย