บทความโดย: ลีโอเนลา มอนกาโย
หนึ่งในเด็กสาวที่ฟ้องร้องรัฐบาลเอกวาดอร์เพื่อให้ยกเลิกการเผาแก๊สในป่าอเมซอน จะเข้าร่วมการประชุมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อเรียกร้องให้มีการบังคับใช้และปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล
ฉันเกิดในผืนป่าแอมะซอนของเอกวาดอร์ บ้านของฉันอยู่ตรงข้ามบ่อน้ำมัน ขณะที่เด็กผู้หญิงคนอื่นเติบโตขึ้นท่ามกลางทิวเขาหรือสวนสาธารณะ แต่ฉันมองเห็นแค่เพียงปีศาจแห่งเปลวไฟ และแทนที่จะได้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าขึ้นเหนือยอดต้นไม้ ฉันกลับเห็นแค่เปลวไฟจากการเผาแก๊สที่ไม่เคยดับลงเลย
ฉันเกิดในผืนป่าแอมะซอนของเอกวาดอร์ บ้านของฉันอยู่ตรงข้ามบ่อน้ำมัน ขณะที่เด็กผู้หญิงคนอื่นเติบโตขึ้นท่ามกลางทิวเขาหรือสวนสาธารณะ แต่ฉันมองเห็นแค่เพียงปีศาจแห่งเปลวไฟ และแทนที่จะได้เห็นแสงอาทิตย์ยามเช้าขึ้นเหนือยอดต้นไม้ ฉันกลับเห็นแค่เปลวไฟจากการเผาแก๊สที่ไม่เคยดับลงเลย
เท่าที่ฉันจำได้ อากาศที่นี่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน บางครั้งระหว่างตอนที่เล่นกัน ฉันได้กลิ่นเหมือนพลาสติกไหม้ ฉันกับเพื่อนๆ คิดว่าเป็นเรื่องปกติ คิดว่ากลิ่นนี้คือกลิ่นของป่า ภายหลังฉันได้รู้ว่าไม่ใช่กลิ่นของธรรมชาติ แต่คือกลิ่นมลพิษ
ตั้งแต่ฉันยังเล็กมาก ฉันได้เห็นกับตาแล้วว่าการสกัดน้ำมันเป็นอันตรายต่อธรรมชาติอย่างไรบ้าง เป็นตัวการที่ทำให้ความงดงามของพืช สัตว์และแหล่งน้ำต้องเสื่อมเสียลง ฉันยังได้เห็นอีกว่าผู้คนในชุมชนและครอบครัวของฉันล้มป่วย สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดคือความรู้สึกที่ว่าไม่มีใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นเลย
การอาศัยอยู่ใกล้บ่อน้ำมันที่ใช้งานอยู่ ทำให้ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อฉันอายุได้ 11 ขวบ ฉันได้ไปทัศนศึกษาที่จัดขึ้นโดยสหภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทน้ำมันเท็กซาโก (UDAPT) จุดประสงค์ของการทัศนศึกษาครั้งนี้ ซึ่งพวกเราเรียกว่า “ทัวร์พิษ” คือเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลกระทบของการสกัดน้ำมัน ฉันจำได้ว่าฉันยืนอยู่ใต้เปลวไฟที่เกิดจากการเผาแก๊สซึ่งทำให้ชั้นบรรยากาศร้อนขึ้น เช่นเดียวกับแก๊สมีเทนที่กักเก็บความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 84 เท่า ฉันมองลงไปที่พื้นแล้วหัวใจก็บีบแน่น เพราะมีแมลงนับพันตัวที่ตายและไหม้เกรียม ร่างเล็กๆ ที่ไร้ชีวิตเกลื่อนกลาดเต็มพื้นไปหมด
นั่นคือตอนที่ฉันรู้ว่าฉันต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
ฉันได้รวมกลุ่มกับเด็กผู้หญิงและวัยรุ่นคนอื่นๆ ด้วยการสนับสนุนจาก UDAPT และกลุ่ม Eliminen los Mecheros, Enciendan la Vida (หยุดเปลวไฟ จุดประกายแห่งชีวิต) เราได้ฟ้องรัฐบาลเอกวาดอร์เพื่อให้ยกเลิกการเผาแก๊สและปกป้องสิทธิของเรา และเราก็ชนะ ศาลมีคำตัดสินโดยสั่งให้รัฐบาลต้องยกเลิกการเผาแก๊สที่ทำให้เกิดเปลวไฟขนาดมหึมาเหล่านั้นลง
พวกเราเป็นเพียงเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่เรามีสิ่งที่ทรงพลังที่สุด นั่นก็คือความจริง ศาลเห็นด้วยกับเรา แต่คำตัดสินของศาลไม่สามารถทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง
จนกระทั่งทุกวันนี้ เปลวไฟเหล่านั้นก็ยังคงเผาไหม้ต่อไป
การปกป้องธรรมชาติในฐานะเด็กผู้หญิงย่อมส่งผลเสียตามมา เมื่อเราพยายามเผยแพร่ให้โลกได้รับรู้และให้เห็นถึงภาพที่แท้จริงของมลพิษและการละเมิดสิทธิมนุษยชนและธรรมชาติ สิ่งที่เราได้รับคือคำวิจารณ์ หลายคนไม่ต้องการให้ความจริงเหล่านั้นปรากฏสู่สาธารณะ และยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อพวกเราที่กล้าออกมาพูดยังคงเป็นผู้เยาว์ตามกฎหมายอยู่
พวกเขามักจะบอกว่าเรากำลังโดนผู้ใหญ่หลอกใช้ กำลังถูกผู้ใหญ่ชักไย หรือแม้กระทั่งกล่าวหาว่าพวกเรากำลังอาละวาดอย่างไร้เหตุผล
หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ปิดถนนตามคำสั่งของรัฐบาลเพื่อไม่ให้เราสามารถไปเข้าร่วมการประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐได้
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ครอบครัวและตัวฉันเองตกเป็นเหยื่อของการโจมตี พวกเขาโยนวัตถุระเบิดเข้าไปยังทางเข้าบ้านของฉัน มีกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนข้อความบางอย่างไว้ แต่ไฟจากการระเบิดได้เผาเป็นเถ้าจนไม่สามารถอ่านได้ พวกเขาต้องการปิดปากฉัน
แม้จะต้องเผชิญกับคำดูหมิ่น การปิดถนนและความรุนแรง พวกเราก็ยังคงเข้มแข็ง กล้าหาญและมุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิของเราและสิทธิของธรรมชาติ
เพราะถ้าเราไม่ทำ แล้วใครจะทำ?
การได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญที่สุดอย่าง COP30 ที่เมืองเบเล็ง ประเทศบราซิล เป็นการส่งสาส์นไปยังโลกเพื่อให้โลกรู้ว่าการพูดคุยถึงการดำเนินมาตรการและการรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศจะไม่มีความหมายเลย หากป่าแอมะซอนยังคงถูกเผาไหม้อยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่ COP จัดขึ้นในแอมะซอน และนั่นก็ต้องมีความหมายบางอย่างอย่างแน่นอน
ฉันไม่ได้มาที่เบเล็งเพื่อขอความช่วยเหลือ ฉันมาที่นี่เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเอกวาดอร์ปฏิบัติตามคำตัดสินของศาล และฉันยังมาที่นี่เพื่อเตือนให้รัฐบาลทุกประเทศเคารพสิทธิมนุษยชนและให้ตระหนักว่าการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่การเสียสละและไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่ดีที่สุดที่รัฐบาลสามารถทำได้
การยอมให้เกิดมลพิษและการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่วิธีการแสดงถึงความเข้มแข็งทางการเมือง แต่เป็นการแสดงถึงความไม่แยแสต่างหาก
การที่บรรดาผู้นำของโลกละเลยมาตรการด้านสภาพอากาศและก่อให้เกิดมลภาวะ รวมถึงรัฐบาลเอกวาดอร์ ถือเป็นการทำลายชีวิตของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ของพืชและสัตว์นับพันชนิด
โดยปกติแล้วสื่อจะไม่ค่อยได้ยินหรือรับรู้เรื่องราวของเด็กลูกครึ่ง เด็กผู้หญิง รวมถึงหญิงสาวชาวพื้นเมืองในแอมะซอน แต่เรามีเสียงของเราเองและเสียงของเราถูกได้ยิน ไฟของเราก็ลุกโชนกว่าไฟของบ่อน้ำมันใดๆ
เราเรียกตัวเองว่านักต่อสู้เพื่อผืนป่าแอมะซอน
หากเราสามารถทำให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของความยุติธรรมทางสภาพภูมิอากาศได้ เราก็จะสามารถฟื้นฟูผืนป่าแอมะซอนได้ เราสามารถปลูกป่าทดแทน ฟื้นฟูพื้นที่ธรรมชาติ ปล่อยให้สัตว์กลับคืนสู่ถิ่นที่อยู่อาศัย และสร้างความมั่นใจว่าแม่น้ำจะกลับมาสะอาดอีกครั้ง
ไม่มีใครสามารถปิดปากหรือบังคับเราเงียบเสียงของเราได้เมื่อต้องเผชิญกับความอยุติธรรม ความกล้าหาญคือทักษะที่เราสร้างขึ้นผ่านการกระทำของเรา การปกป้องสิทธิของเราเปรียบเสมือนเกราะแห่งความแข็งแกร่งที่เรากำลังสร้างขึ้น ซึ่งทุกคนก็สามารถสร้างเกราะแห่งความเข้มแข็งของตนเองได้เช่นกัน
เราทุกคนต่างมีพลังนั้นอยู่ในตัว
แสดงพลังของคุณได้ที่ ร่วมเปลี่ยนแปลงวันนี้
อ่านบทความภาษาอังกฤษได้ที่ OpEd: From an oil well to COP30




