แอมเนสตี้ ประเทศไทยจับมือคณะรัฐศาสตร์ มอ. ปัตตานี ต่อสัญญา MOU จัด “สิทธิมนุษยชนศึกษา” เป็นเวลา 5 ปี

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระยะเวลา 5 ปี ร่วมกับ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อวางกรอบความร่วมมือด้านการเรียนรู้และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในมหาวิทยาลัย พร้อมขยายพื้นที่การมีส่วนร่วมของนักศึกษา นักกิจกรรม และอาสาสมัครในพื้นที่ภาคใต้ให้เข้มแข็งและต่อเนื่องยิ่งขึ้น

ผศ.ดร.สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และเพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในสิทธิมนุษยชนร่วมกันเป็นระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 7 มกราคม 2574 

เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์การทำงานรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ที่มุ่งส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะประเด็นสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็น และสิทธิในเสรีภาพการชุมนุมประท้วงโดยสงบ รวมถึงการสนับสนุนงานรณรงค์เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้แก่ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งยังมีเป้าหมายสำคัญในการขยายฐานการขับเคลื่อนให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และคนรุ่นใหม่ให้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงานรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมเยาวชนให้เป็นแกนหลักในการทำงานและส่งเสริมศักยภาพเพื่อส่งเสริมและสร้างการตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะนิสิตและนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

“จากการทำงานร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีบทบาทสำคัญในการจัดการซึ่งเรียนการสอนที่คำนึงถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม ศาสนา ภาษา และอัตลักษณ์ของผู้คนในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือที่เรียกว่า “สังคมพหุวัฒนธรรม”  ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเท่าเทียม และการเคารพความหลากหลาย โดยมองว่าการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นหลักพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมที่แตกต่างหลากหลาย  การทำงานร่วมกันภายใต้ MOU ฉบับนี้จึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือเดิมให้มีทิศทางที่ชัดเจนและต่อเนื่องมากขึ้น ทั้งในมิติของการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยและการขยายการทำงานไปสู่ระดับภูมิภาคในประเทศไทยมากขึ้น” 

“สำหรับแอมเนสตี้ คลับ (Amnesty PSU Club) ถือเป็นคลับแรกในภาคใต้ ซึ่งเกิดขึ้นจากบริบททางสังคมและการเมืองในพื้นที่ ทำให้นักศึกษาให้ความสนใจในการค้นหาพื้นที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนร่วมกัน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ  MOU ฉบับนี้จึงมีความหมายในฐานะการส่งต่อการทำงานจากรุ่นสู่รุ่น แม้ปัตตานีกับกรุงเทพฯ จะอยู่ห่างกันกว่าพันกิโลเมตร แต่แอมเนสตี้ยังคงทำงานร่วมกับพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง เพราะการสร้างเยาวชนที่มีองค์ความรู้และเป็น Active Citizen คือหัวใจสำคัญ หลายคนแม้จบการศึกษาไปแล้ว แต่ยังคงมีมุมมองด้านสิทธิมนุษยชนติดตัวไปในการทำงานและการใช้ชีวิตในอนาคต” 

ด้าน ผศ.ดร.สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี  กล่าวเสริมถึงวัตถุประสงค์ในการจัดทำ MOU ครั้งนี้ว่า  เพื่อให้นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มีความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมือง รวมถึงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มกิจกรรมแอมเนสตี้ คลับ (Amnesty PSU Club) นักกิจกรรม และอาสาสมัครในมหาวิทยาลัย ให้ได้รับการสนับสนุนและพัฒนาความรู้ความสามารถในการจัดกิจกรรมรณรงค์และงานด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

“ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ ดังนั้นภายในห้าปีข้างหน้านี้ แอมเนสตี้ ประเทศไทยและคณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี จะมีข้อตกลงความร่วมมือ ดังนี้ 

  • จัดให้มีกิจกรรมห้องเรียนสิทธิมนุษยชนในรายวิชาที่เกี่ยวข้องของคณะรัฐศาสตร์
  • ร่วมจัดอบรมหรือสนับสนุนบุคลากร งบประมาณ และอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมของนักศึกษา อาสาสมัคร แอมเนสตี้คลับ หรือนักกิจกรรมเพื่อส่งเสริมงานรณรงค์สิทธิมนุษยชนและการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนในภาคใต้
  • ประชาสัมพันธ์กิจกรรมสำหรับนักเรียน นักศึกษา และบุคลากรเพื่อการพัฒนางานด้านสิทธิมนุษยชน
  • เปิดโอกาสให้นักศึกษาในหลักสูตรรัฐศาสตร์บัณฑิตไปปฏิบัติสหกิจศึกษา ภายใต้กระบวนการคัดเลือกของสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย” 

โดยบันทึกความร่วมทางวิชาการฉบับนี้คาดหวังว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม “ห้องเรียนสิทธิมนุษยชน” จะมีความรู้และความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองมากขึ้น พร้อมได้รับแรงบันดาลใจในการมีส่วนร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ขณะเดียวกัน นักศึกษา นักกิจกรรม อาสาสมัคร และบุคคลทั่วไปจะได้รับการพัฒนาทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสื่อสาร การรณรงค์ และการจัดกิจกรรม โดยมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมกับงานรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยมากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ด้านการสนับสนุนการดำเนินงาน คณะรัฐศาสตร์จะอำนวยความสะดวกด้านพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเพื่อการประชาสัมพันธ์และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ ขณะที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันติดตามความก้าวหน้าผ่านตัวชี้วัดสำคัญ เช่น การประเมินผลความรู้ความเข้าใจของผู้เข้าร่วม การจัดกิจกรรมห้องเรียนสิทธิมนุษยชนอย่างน้อย 1 ครั้งต่อปีการศึกษา การจัดกิจกรรมรณรงค์ในประเด็นสิทธิมนุษยชนศึกษาอย่างน้อย 1 ครั้ง และการขยายกลุ่มนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ในการลงนามครั้งนี้  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิเทศสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร ดร.ฮาฟีส สาและ รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิจัย ผศ.ไพซอล ดาโอ๊ะ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและสหกิจศึกษา ซอลีฮีน อุษมานสกูลกิตติ์ ตำแหน่งนักวิชาการอุดมศึกษา รับผิดชอบงานหลักสูตรและพัฒนาอาจารย์ ตัวแทนจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ พุทธณี กางกั้น ประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กรกฤช สมจิตรานุกิจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิทธิมนุษยชนศึกษา อลิสา บินดุส๊ะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายนักกิจกรรม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย รวมทั้งตัวแทนสมาชิกแอมเนสตี้ คลับ (Amnesty PSU Club) เข้าร่วมด้วย 

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน