18 กรกฎาคม วันเนลสัน แมนเดลาสากล (Nelson Mandela International Day)

อิสรภาพไม่ใช่แค่เพียงการปลดเปลื้องพันธนาการของตัวเองเท่านั้น  แต่คือการใช้ชีวิตที่เคารพและส่งเสริมเสรีภาพของคนอื่นด้วย

เนลสัน แมนเดลา

ทุกวันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปี  องค์การสหประชาชาติกำหนดให้วันนี้เป็น ‘วันเนลสัน แมนเดลา’ (Nelson Mandela International Day) เพื่อเป็นโอกาสในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม  รวมทั้งส่งเสริมสิทธิและคุณค่าของผู้ต้องขังในฐานะส่วนหนึ่งของสังคม และรำลึกถึงนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เคยอยู่ในเรือนจำยาวนานถึง 27 ปี 

นอกจากนั้น ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN General Assembly) ได้ออก “ข้อกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำแห่งองค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง” (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatmentof Prisoners) หรือใช้ชื่อย่อว่า ข้อกำหนดแมนเดลา (Mandela Rules) ที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่องค์การสหประชาชาติ (United Nations หรือ UN) ใช้กำหนดให้เป็นวิธีปฏิบัติต่อผู้ต้องขังทุกคดีทั่วโลก และเพื่อเป็นเกียรติแก่เนลสัน แมนเดลลา อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ผู้ใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในเรือนจำและได้รับการยกย่องให้เป็นวีรบุรุษที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

ข้อมูลจาก TIJ ระบุว่า “ข้อกำหนดเนลสันแมนเดลา” กฎสากลว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างเท่าเทียม ผู้กระทำผิดในกระบวนการยุติธรรมย่อมได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะบุคคลหนึ่งในสังคม แม้การกระทำผิดทำให้พวกเขาต้องรับโทษตามกฎหมาย และในระดับสากล องค์การสหประชาชาติได้กำหนดแนวปฏิบัติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง หรือ Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners มาตั้งแต่ปี 2498  ซึ่งได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในปี 2558 

โดยที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UN General Assembly) ได้ให้ชื่อย่อเรียกข้อกำหนดนี้ว่า “ข้อกำหนดเนลสันแมนเดลา”  และให้วันเกิดของเขาคือ วันที่ 18 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันเนลสันแมนเดลาสากล

โดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้  

  • เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ต้องขัง ให้การปฏิบัติที่เหมาะสมและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน
  • ห้ามการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไม่ใช้ความรุนแรงหรือการลงโทษที่ไร้มนุษยธรรม
  • จัดการเรือนจำโดยไม่เลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะทางสังคม
  • ลดการกระทำผิดซ้ำ เสริมสร้างสังคมปลอดภัย ส่งเสริมการศึกษาและฟื้นฟูพฤติกรรมของผู้ต้องขัง
  • รับรองความปลอดภัยของทุกคนในเรือนจำ ดูแลทั้งผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่ให้ปลอดภัย

ปัจจุบัน ข้อกำหนดนี้เป็นแนวทางหลักของเรือนจำทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมี “ข้อกำหนดกรุงเทพ” หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงที่มุ่งประเด็นความเท่าเทียมและมนุษยธรรมต่อผู้ต้องขังหญิงและกลุ่มเปราะบางในเรือนจำด้วยเพราะการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม ไม่ใช่เพียงเรื่องของกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีและความเป็นธรรมในสังคม

และหากย้อนมองความสัมพันธ์ของเนลสัน แมนเดลา กับองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลกอย่างแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2505 เมื่อเนลสันได้เขียนจดหมายถึงแอมเนสตี้หลังถูกจับกุมจากการต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงาน โดยมีข้อความตอนท้ายว่า 

ผมต้องขอให้คุณรับจดหมายนี้ไว้ แทนมิตรภาพอันเหนียวแน่นและอบอุ่น จากหัวใจของผม

ในช่วงแรกที่เนลสันเคลื่อนไหวในทางสันติ และถูกจับกุม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้รับรองให้เนลสันเป็นหนึ่งใน ‘นักโทษทางความคิด’ และเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ต่อมาเมื่อเขากลายมาเป็นผู้นำกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่อต้านใต้ดินโดยใช้อาวุธ เช่น การก่อวินาศกรรม จนถูกประณามจากผู้นำต่างชาติว่าเป็น “การก่อการร้าย” และถูกจับกุม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลถือว่าเขาเป็น ‘นักโทษทางการเมือง’ จึงเรียกร้องให้มีการไต่สวนอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม 

หลังจากได้รับอิสรภาพ แมนเดลาเดินหน้าส่งเสริมการให้อภัยและความเสมอภาคจนชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของแอฟริกาใต้ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2536 และแอมเนสตี้ได้ประกาศยกย่องให้เขาเป็น “ทูตแห่งมโนธรรมสำนึก” (Ambassador of Conscience) ในปี 2549 และได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค’ หรือ ‘วีรบุรุษแห่งแอฟริกาใต้’ 

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน