คุยกับ….เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย วันสตรีสากลและบทบาทของผู้นำหญิงในปัจจุบัน 

20 ปีที่ผ่านมา เราย้ายประเทศมาแล้วกว่า 7 แห่ง ทั้งกรุงเทพฯ และศรีลังกาช่วงสงครามกลางเมือง

คุยกับ….เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย วันสตรีสากลและบทบาทของผู้นำหญิงในปัจจุบัน  

การได้เห็นโลกเยอะตั้งแต่วัยเด็ก ทำให้เราเห็น ‘ภาพจำลอง’ ของระบบและระเบียบในโลกชัดกว่าคนอื่น เราเห็นประเทศที่กำลังฟื้นฟู และประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสุดโต่ง แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกที่ คือความเข้มแข็งของคนตัวเล็กๆ ที่พยายามจะสร้างชีวิตใหม่ ประสบการณ์พวกนั้นทำให้เราตระหนักว่ากฎหมายหรือโครงสร้างสังคมมันส่งผลต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนเรามากแค่ไหน ความคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงของ เพชรรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ในช่วงหนึ่งของการพูดคุยบนเวที Multi-Chamber International Women’s Day 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ 

สุดท้ายเราเลือกกลับมาทำงานที่ไทย เพราะที่นี่คือบ้าน เราเชื่อจริงๆ ว่าคนไทยมีความเห็นอกเห็นใจกันเป็นทุนเดิม และถ้าเราเอาสิ่งนี้ไปเชื่อมกับการทำงานและบทบาทผู้นำ ประเทศไทยจะไปได้ไกลมากในเรื่องสิทธิมนุษยชน บางคนเคยถามเราว่าในฐานะผู้หญิงเอเชียที่ต้องไปยืนพูดบนเวทีโลกอย่าง UN เราเคยรู้สึกไม่มั่นใจ (Imposter Syndrome) บ้างหรือไม่ 

ถ้าให้พูดตรงๆ เราเคยรู้สึกแบบนั้นอยู่บ่อยๆ บางครั้งเราถามตัวเองว่า “เราดีพอจะมาพูดตรงนี้หรือเปล่า” เพราะในห้องนั้นที่เราต้องไปร่วมงานหรือพูด เต็มไปด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักกฎหมายระดับโลก ที่ทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลง แต่พอเวลาผ่านไปเราเริ่มตระหนักว่าเราไม่ได้มายืนตรงนี้เพราะเรามีคำตอบสำหรับทุกอย่าง แต่เรามาเพื่อนำ ‘เสียง’ และ ‘ประสบการณ์’ ของผู้คนในชุมชนมาสะท้อนบนเวทีที่โลกกำลังรับฟังอยู่ต่างหาก 

พอกลับมาลงพื้นที่ชุมชน บางครั้งเราก็ตั้งคำถามเดิมกับตัวเองว่า “เรามีสิทธิอะไรไปสอนเขาเรื่องสิทธิมนุษยชน ในเมื่อเขารู้เรื่องการโดนละเมิดมากกว่าเราด้วยซ้ำ” สุดท้ายเราถึงได้คำตอบว่า การทำงานตรงนี้ไม่ใช่การเป็นคนที่มีคำตอบทุกอย่าง แต่มันคือการยอมรับว่าเราทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่ากัน การเป็นผู้นำหญิงสำหรับเราในปัจจุบัน มันไม่ใช่เรื่องของอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความรับผิดชอบที่จะรับฟัง และความรับผิดชอบที่จะพูดแทนคนที่ไม่มีโอกาส 

สิ่งที่ทำให้เรายังมีความหวังคือการได้เห็นผู้หญิงจำนวนมากกำลังเปลี่ยนรูปแบบของ ‘ภาวะผู้นำ’ พวกเธอไม่ได้นำเพื่อสั่งการหรือควบคุม แต่เลือกนำด้วยการทำงานร่วมกัน และมีความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งความก้าวหน้ามันไม่เคยเกิดขึ้นได้โดยลำพัง แต่มันเกิดขึ้นเมื่อพวกเราเดินไปข้างหน้าด้วยกัน 

“ในโลกสิทธิมนุษยชน ผู้นำที่กล้าหาญที่สุดจำนวนมากคือผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว ทนายความ ผู้นำชุมชนหรือผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิของผู้คน” 

“สิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจคือผู้นำหญิงจำนวนมาก เลือกนำด้วยการทำงานร่วมกัน เลือกนำด้วยความเห็นอกเห็นใจ เลือกนำด้วยการตัดสินใจร่วมกัน” 

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน