สหรัฐฯ: คำตัดสินครั้งสำคัญต่อ YouTube และ Meta ชี้ต้องปรับการออกแบบแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้งานปลอดภัยบนโลกออนไลน์

สหรัฐฯ: คำตัดสินครั้งสำคัญต่อ YouTube และ Meta ชี้ต้องปรับการออกแบบแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ใช้งานปลอดภัยบนโลกออนไลน์

จากกรณีที่คณะลูกขุนในสหรัฐอเมริกามีคำตัดสินว่า Meta และ YouTube ต้องรับผิดชอบ เนื่องจากการออกแบบแพลตฟอร์มก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กและเยาวชน เอริกา เกวารา โรซาส ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัย นโยบาย การสนับสนุน และการรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่าคำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้สังคมเริ่มตระหนักอย่างจริงจังว่า การออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัทอย่าง Meta และ YouTube สร้างรายได้จากการมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน ผ่านการออกแบบฟีเจอร์ที่กระตุ้นให้ใช้งานต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมมากกว่าสุขภาวะของผู้ใช้ โดยฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การเลื่อนหน้าจอแบบไม่สิ้นสุด (infinite scroll) การเล่นวิดีโออัตโนมัติ (autoplay) และการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่อง (persistent notifications) ถูกออกแบบมาโดยตั้งใจ เพื่อดึงให้ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ใช้แพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถหยุดเล่นได้”

“ผลกระทบที่อันตรายจากการออกแบบแพลตฟอร์มที่ไม่ปลอดภัยเหล่านี้ ถูกสะท้อนอย่างชัดเจนในชั้นศาล เมื่อ KGM วัย 20 ปี ให้การต่อศาลในลอสแอนเจลิสว่าเธอเริ่มใช้ YouTube ตั้งแต่อายุเพียง 6 ปี และใช้ Instagram ตั้งแต่อายุ 9 ปี เธอเล่าว่าในวัยเด็กเธอใช้เวลาอยู่บนโลกออนไลน์เกือบจะตลอดทั้งวัน และเมื่อเวลาผ่านไปพบว่าการใช้งานก็ยิ่งเข้มข้นจนเข้าข่ายเสพติด จนส่งผลให้เธอต้องเผชิญทั้งภาวะการเสพติดและอาการซึมเศร้าที่รุนแรงขึ้น”

ผู้อำนวยการอาวุโสด้านงานวิจัย นโยบาย และการรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเพิ่มเติมว่า คำตัดสินของศาลครั้งนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้มีปัญหาความไม่ปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และจำเป็นต้องได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างจริงจังและเร่งด่วน

“แทนที่จะใช้มาตรการแบบเหมารวม เช่น การห้ามเด็กวัยรุ่นตอนต้นใช้โซเชียลมีเดีย รัฐควรกำหนดให้มีการปรับรูปแบบการทำงานของแพลตฟอร์มเหล่านี้ใหม่อย่างจริงจัง รวมถึงแก้ไขการออกแบบที่กระตุ้นให้เกิดการใช้งานแบบเสพติด ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้โซเชียลมีเดียปลอดภัยได้อย่างแท้จริง”

ข้อมูลพื้นหลัง

  • ในคดีนี้ คณะลูกขุนมีคำตัดสินว่า Meta และ YouTube มีความประมาทเลินเล่อในการออกแบบแพลตฟอร์ม และสั่งให้ทั้งสองบริษัทจ่ายค่าเสียหายรวม 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทั้ง Meta และ Google ได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินดังกล่าว และเตรียมยื่นอุทธรณ์
  • ก่อนหน้านี้ Snap (เจ้าของ Snapchat) และ TikTok ก็เคยถูกฟ้องในคดีเดียวกัน แต่ทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงยุติคดีกับผู้ฟ้องร้องก่อนที่คดีจะเข้าสู่การพิจารณาในศาล
  • คำตัดสินครั้งนี้อาจส่งผลต่อคดีอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งกล่าวหาว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียก่อให้เกิดอันตรายต่อเด็กและเยาวชน
  • นอกจากนี้ ในอีกคดีหนึ่งที่รัฐนิวเม็กซิโก คณะลูกขุนยังตัดสินว่า Meta มีความรับผิดต่อผลกระทบด้านสุขภาพจิตและความปลอดภัยของเด็กในรัฐดังกล่าว และมีคำสั่งให้จ่ายค่าปรับจำนวนมาก แม้ Meta จะระบุว่าจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเช่นกัน

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน