นักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเรียกร้องทางการเมียนมา
ปล่อยตัวนักโทษทางความคิด

6 พฤศจิกายน 2558

วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2558) เวลา 10.30 น. นักกิจกรรมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำนวน 20 คน รวมตัวกันที่หน้าสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ถ. สาทรเหนือ กรุงเทพ เพื่อยื่นจดหมายและมอบรายงานเรื่อง “ย้อนกลับไปในวิถีเก่า:นักโทษทางความคิดยุคใหม่ในประเทศเมียนมาร์” (Going back to the old ways: a new generation of prisoners of conscience in Myanmar)พร้อมเรียกร้องให้ทางการเมียนมาร์ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข

 

นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ รองประธานกรรมการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ตัวแทนมอบจดหมายเปิดเผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมีความประสงค์ที่จะมอบรายงานสรุปเรื่อง“ย้อนกลับไปในวิถีเก่า: นักโทษทางความคิดยุคใหม่ในประเทศเมียนมา” ซึ่งมีใจความสำคัญที่ชี้ให้ให้เห็นความจริงว่า แม้ประธานาธิบดีเต็งเส่งจะอนุญาตให้มีการปล่อยตัวนักโทษออกจากเรือนจำหลายครั้ง และสัญญาว่าจะปล่อยตัวนักโทษทางความคิดทุกคนจากการถูกคุมขัง แต่ปัจจุบันยังมีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักข่าว นักกิจกรรมทางการเมือง นักศึกษาและชาวนายังคงถูกจับกุมและถูกคุกคามอยู่ พวกเขาถูกคุมขังเพียงเพราะการใช้สิทธิของตนอย่างสงบ จนถึงวันนี้เราเชื่อว่ายังมีนักโทษทางความคิดอีกอย่างน้อย 94 คน และบุคคลอีกหลายร้อยคนที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาในประเทศเมียนมา

 

“แอมแนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลขอเรียกร้องทางการเมียนมาให้ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดทุกคนโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไขและยกเลิกข้อกล่าวหาทั้งหมดกับบุคคลทุกคนที่ถูกคุมขังเพียงเพราะใช้สิทธิมนุษยชนของตนอย่างสงบ อีกทั้งยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายทุกประการที่ละเมิดสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม และการชุมนุมอย่างสงบ โดยเฉพาะพระราชบัญญัติการชุมนุมและการเดินขบวนโดยสงบ”

 

โดยทางสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทยได้ส่งนายทูน เด เลขานุการเอก มาเป็นตัวแทนรับหนังสือเพื่อส่งมอบให้กับเอกอัครราชทูตต่อไป 

 

นักโทษทางความคิดในนิยามของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลหมายถึงบุคคลที่ถูกคุมขังหรือถูกจำกัดการเคลื่อนไหวเพียงเพราะความเชื่อทางการเมือง ศาสนาหรือความเชื่อโดยสามัญสำนึกอื่น ๆ ชาติพันธุ์ เพศ สีผิว ภาษา ความเป็นมาทางชาติหรือสังคม สถานภาพด้านเศรษฐกิจ การกำเนิด รสนิยมทางเพศ หรือสถานภาพอื่น หรือเพียงเพราะใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกหรือสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ โดยที่บุคคลดังกล่าวต้องไม่ใช้ความรุนแรงหรือไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงหรือความเกลียดชัง ดังนั้นนักโทษทางความคิดทุกคนต้องได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข และต้องยกเลิกข้อหาหรือการดำเนินคดีต่อพวกเขาทั้งหมด