สิทธิมนุษยชนจะปกป้องเราจากโควิด-19 ได้อย่างไร? 2
การตัดสินใจของรัฐบาลในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID – 19 จะส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้คนนับล้าน
การตัดสินใจของรัฐบาลในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID – 19 จะส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้คนนับล้าน
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงรัฐบาลไทยควรประกันว่า การประกาศใช้พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เป็นการกำหนดเงื่อนไขจำกัดอย่างไม่จำเป็นต่อสิทธิมนุษยชน มาตรฐานระหว่างประเทศกำหนดให้ทางการไทยควรทบทวนการใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือกับโรคโควิด-19 เพื่อประกันว่า มาตรการเหล่านี้มีผลเพียงชั่วคราว ใช้ในกรณีที่เป็นข้อยกเว้น ใช้อย่างได้สัดส่วน จำเป็น และไม่เลือกปฏิบัติ และไม่ใช้เพื่อจำกัดโดยพลการต่อสิทธิประการต่าง ๆ รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมแถลงผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ถึงการประกาศพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก. ฉุกเฉิน) โดยประกาศว่าสิ่งใดที่ประชาชนควรทำ (Do) และสิ่งใดที่ไม่ควรทำ (Don’t) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 เป็นต้นไป เพื่อเป็นไปตามการคุ้มครองในสิทธิ เสรีภาพและความปลอดภัยของประชาชน แอมเนสตี้ี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยจึงอยากชวนมาดูว่า แล้วอะไรบ้างคือสิ่งที่รัฐบาลควรทำและไม่ควรทำในระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่กำลังรับมือกับโรคโควิด-19 ระบุว่าจำเป็นต้องยึดมั่นกับการใช้กฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นหัวใจหลักในการรับมือเชื้อไวรัสที่กลังระบาดอยู่ตอนนี้ ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองอย่างดีสุดต่อการสาธารณสุข และช่วยเหลือผู้ซึ่งมีความเสี่ยงมากสุดที่จะได้รับผลกระทบร้ายแรง
ในช่วงเวลานี้ การระบาดของไวรัสโคโรนาและการกักตัวทำให้หลายคนต้องอยู่บ้าน เราจึงขอแนะนำสิ่งที่ทำได้ฟรีตอนนี้ เพื่อมอบพลังให้แก่ตนเอง ช่วยสนับสนุนความเท่าเทียมในชุมชนและทั่วโลก และใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์
สืบเนื่องจากรายงานข่าวว่าศิลปินจากภูเก็ตถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเพราะโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า ไม่มีการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเผยว่า การควบคุมตัวและดำเนินคดีผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของภาครัฐอย่างสงบ เป็นสัญญาณให้เห็นถึงการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนก่อนการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎหมายที่มีเนื้อหาคลุมเครือและกว้างขวางเช่น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มักถูกใช้เป็นเครื่องมือฟ้องปิดปากบุคคลที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาล
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ SCC Creative Space แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดเสวนา “บทบาทการเมืองกับการชุมนุม” ร่วมพูดคุยโดย ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ German Institute of Global and Area Studies, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, ชลธิชา แจ้งเร็ว อดีตแกนนำนักศึกษา และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ดำเนินรายการ
สหประชาชาติและองค์กรสิทธิมนุษยชนผนึกกำลังจัดงานรำลึก 16 ปีหลังการถูกบังคับให้สูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร พร้อมจัดแสดงนิทรรศ “ยังอยู่ในความทรงจำ: ทวงความยุติธรรมที่หายไป” ซึ่งเป็นการจัดแสดงสิ่งของส่วนตัวของผู้สูญหาย ขณะที่เวทีเสวนา “ความคืบหน้าของกรอบกฎหมายและกระบวนการสืบสวนสอบสวนในประเทศไทย” ‘อังคณา’ ระบุหากยังไม่ปฏิรูปหน่วยงานความมั่นคงไม่มีทางที่รัฐจะคลอดกฎหมายว่าด้วยการทรมานและการบังคับสูญหาย เหตุเจ้าหน้าที่รัฐในหน่วยงานความมั่นคงมีเอี่ยวในเกือบทุกคดี เผยหากจริงใจขอให้ลงนามสัตยาบรรณคุ้มครองบุคคลสูญหายของยูเอ็นก่อน เชื่อพลังของปชช.จะร่วมผลักดันกฎหมายให้เกิดขึ้นจริง พร้อมย้ำคดีอุ้มหายต้องไม่มีอายุความ วอนรัฐอย่าทำลายความทรงจำครอบครัวเหยื่อ ขณะที่ผู้แทนอียูย้ำจุดยืนการบังคับให้สูญหายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงและขอให้ส.ส.และส.ว.เร่งออกกฎหมายเพื่อที่จะทำให้การทรมานหรือการบังคับให้บุคคลสูญหายเป็นความผิดทางอาญา
เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เขาคุยกันในโซเชียลมีเดียของจีน การรู้ภาษาจีนอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะเพื่อหลีกเลี่ยงระบบเซ็นเซอร์ทางอินเตอร์เน็ตที่แทรกซึมมากสุดในโลก พลเมืองเน็ตไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการสร้างคำศัพท์ของตนเองขึ้นมา เวลาพูดคุยใน “ประเด็นที่อ่อนไหว” ภาษาเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากรัฐบาลก็มักเพิ่มคำศัพท์ใหม่ ๆ ที่ถือเป็นคำต้องห้ามมากขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะเสรีภาพในการชุมนุม = สิทธิมนุษยชนก่อนนัดชุมนุมอย่างสงบครั้งหน้า มาดูเช็คลิสต์เหล่านี้กันดีกว่าว่าเราเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง แอมเนสตี้รวบรวมข้อแนะนำด้านความปลอดภัยเบื้องต้นมาไว้ให้ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่ควรทำ สิ่งที่ไม่ควรทำ ควรนำอะไรไปบ้าง แต่งกายอย่างไร จัดการกับแก๊สน้ำตาอย่างไร และสิทธิของเรามีอะไรบ้างอย่าลืมเซฟเก็บไว้แล้วส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้เลย เพื่อความปลอดภัยของทุกคน
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จะเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 8 มีนาคมพร้อมกับขบวนการสตรี เพื่อต่อสู้ให้เกิดการคุ้มครองและการส่งเสริมสิทธิสตรีอย่างต่อเนื่อง