ความเหลื่อมล้ำยิ่งเด่นชัดในความเข้มงวด : จุดอ่อนของเราในการจัดการโควิด-19
บางครั้งหนึ่งสัปดาห์ก็รู้สึกยาวนานหลายสิบปี สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เช่นกัน
บางครั้งหนึ่งสัปดาห์ก็รู้สึกยาวนานหลายสิบปี สัปดาห์ที่ผ่านมาก็เช่นกัน
ข่าวการก่อเหตุข่มขืนในสังคมไทยเกิดขึ้นไม่ว่างเว้นจากหน้าสื่อ หลายเหตุการณ์สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในสังคม เมื่อผู้ถูกกระทำเป็นเด็กที่ปกป้องตัวเองไม่ได้ แล้วถูกกระทำจากคนใกล้ชิดที่เด็กไว้วางใจ เช่น พ่อ ญาติ เพื่อนบ้าน หรือครู
แอมเนสตี้ เกาหลีใต้ มอบรางวัลพิเศษเพื่อเป็นเกียรติแก่ ‘คิม บก-ดอง’ นักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนหญิงชาวเกาหลีใต้ ผู้ถูกพรากจากหมู่บ้านและถูกบังคับให้เป็น‘หญิงบำเรอ’ โดยกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี พฤษภา 53 เหตุการณ์ปราบปรามที่ร้ายแรงสุดครั้งหนึ่งของรัฐบาลในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ระบุว่า นอกจากการดำเนินคดีอาญากับแกนนำและผู้ชุมนุมประท้วงบางส่วนแล้ว ความยุติธรรมยังคงไม่เกิดขึ้น ไม่มีการเปิดเผยความจริง และไม่มีการเยียวยาต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกสังหารในระหว่างความรุนแรงครั้งนั้น รัฐบาลไทยต้องนำตัวผู้ที่คาดว่ามีส่วนรับผิดชอบทางอาญาต่ออาชญากรรมระหว่างการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 มาลงโทษ
ตามข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยในรายงานล่าสุดของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลที่เผยแพร่ในวันนี้ระบุว่า “สงครามปราบปรามยาเสพติด” เป็นเวลาสามปีของรัฐบาลกัมพูชา ส่งผลให้เกิดการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้นมากมาย ทำให้ศูนย์บำบัดยาเสพติดแออัดยัดเยียดเสี่ยงอันตราย และทำให้เกิดวิกฤตด้านสาธารณสุขที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และไม่สามารถปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ประกาศไว้ว่าจะควบคุมยาเสพติดได้
วิกฤตการณ์โควิด-19 กำลังทำให้สาธารณสุขทั่วโลกทำงานหนักจนถึงขีดสุด ส่งผลให้ผู้คนประสบความลำบากในการเข้าถึงการทำแท้งและการคุมกำเนิดยิ่งกว่าครั้งใด
สืบเนื่องจากรายงานข่าวว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (NTC) มีหนังสือขอให้หยุดกระทำการ ซึ่งส่งผลให้ ABS-CBN หนึ่งในบริษัทสื่อใหญ่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ต้องยุติการดำเนินงาน บุชต์ โอลาโน ผู้อำนวยเซ็คชั่นฟิลิปปินส์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวดังนี้
นับแต่การรัฐประหาร 2557 โดย คสช. ก็มีความพยายามคุกคามผู้เห็นต่างจากรัฐมาตลอด โดยเฉพาะนักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรม นักข่าว นักการเมืองฝ่ายค้าน และผู้แสดงความเห็นบนโลกออนไลน์ ที่เผชิญ ‘สงครามกฎหมาย’ ที่ภาครัฐนำเอากฎหมายมาใช้ดำเนินคดีเพื่อปิดปากเสียงวิจารณ์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลส่งจดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ถึงรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย บังกลาเทศ บรูไน กัมพูชา อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ติมอร์เลสเต ไทย ศรีลังกา และเวียดนาม แสดงความกังวลถึงชีวิตชาวโรฮิงญาเสี่ยงภัยอยู่กลางทะเล โดยส่งข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามความรับผิดชอบของตนภายใต้มาตรฐานระหว่างประเทศและพันธกิจต่อภูมิภาค
ศูนย์ต้านข่าวปลอมของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2562 เพื่อกลั่นกรองและเตือนให้ประชาชนทราบถึง “ข่าวปลอม” ซึ่งสร้างผลกระทบ “ต่อชีวิตประชาชน สร้างความแตกแยกในสังคม สร้างความเชื่อที่ผิดต่อสังคม และทำลายภาพลักษณ์ประเทศ” (ตามหลักเกณฑ์ของศูนย์ ฯ)
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวในรายงานฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวันนี้ ว่า การที่ทางการไทยดำเนินคดีกับผู้ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อวิจารณ์รัฐบาลและราชวงศ์ ถือเป็นการปราบปรามอย่างเป็นระบบต่อผู้เห็นต่าง และสถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น เนื่องจากการเพิ่มมาตรการจำกัดต่างๆ ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตปี 2562 พบว่าซาอุดีอาระเบียยังคงมีสถิติการประหารชีวิตสูงในปี 2562 แม้ภาพรวมการประหารชีวิตทั่วโลกลดลง โดยทางการซาอุดีอาระเบียประหารชีวิต 184 คนในปีที่ผ่านมา เป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่แอมเนสตี้บันทึกได้ในหนึ่งปีของประเทศนี้