อบรมสิทธิมนุษยชน

อบรมสิทธิมนุษยชน

Activism Space

Activism Space เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ แสดงความคิดเห็น และพัฒนาศักยภาพในการเคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2567 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้จัดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักกิจกรรม หรือ Activism Space ขึ้น ณ SCC Creative Space ราชเทวี กรุงเทพ โดยใช้ชื่อวงคุยว่า “หนังสือมนุษย์” ซึ่งมีนักกิจกรรมที่ถูกนำเสนอในรายงาน “อันตรายเกินไปที่จะเป็นตัวเอง: ความรุนแรงในโลกดิจิทัล การปิดปากนักปกป้องสิทธิฯ ผู้หญิงและผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ” คนที่อยู่แวดวงสิทธิมนุษยชน ยินดีและสมัครใจมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตจากการถูกคุกคามและถูกโจมตีในโลกออนไลน์ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน พร้อมการส่งต่อความรู้เรื่องการทำกิจกรรมรณรงค์จากแอมเนสตี้ ประเทศไทย

หนึ่งในนักกิจกรรมที่ถูกโจมตีในโลกออนไลน์หรือถูกคุกคามชีวิตด้วยวิธีการบางอย่างที่แยบยลหรือโจ่งแจ้งเพื่อสกัดไม่ให้พวกเขาใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก และเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอคติทางเพศและความรุนแรงในโลกดิจิทัล คือ ‘บุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม’ หรือ ‘บุ้ง ทะลุวัง’ นักกิจกรรมหญิง ที่เสียชีวิตขณะถูกคุมขังที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์หลังอดอาหารประท้วงเป็นเวลานาน ในช่วงเวลาของการมีชีวิตอยู่ บุ้งถูกโจมตีจากคนคุ้นหน้ากันหรือแม้กระทั่งคนไม่รู้จักกันบนโลกออนไลน์ โดยถูกโจมตีด้วยคำพูดและความคิดเห็นที่รุนแรง ทั้งตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ ไปจนถึงวันที่เธอเองหมดลมหายใจ

ในงาน Activism Space ได้มีการร้อยเรียงเรื่องราวของเธอขึ้นมาผ่าน นิทรรศการ “Ticket to Harm : ศาลเตี้ยออนไลน์” ที่นอกจากสะท้อนเรื่องราวชีวิตของบุ้งแล้ว นิทรรศการนี้ยังเป็น Community หรือพื้นที่ให้ทุกคนที่สนใจเรื่องสิทธิมนุษยชน ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักกิจกรรมได้มีพื้นที่ในการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ บนพื้นที่ปลอดภัยที่สามารถแชร์ประสบการณ์ชีวิต เยียวยาหัวใจกันและกัน แลกเปลี่ยนวิธีการหาทางออกร่วมกันได้

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 องค์กรและเครือข่ายที่ขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนได้ร่วมกันสร้างบทสนทนาในงานประชุมวิชาการ ภายใต้หัวข้อ “องค์ความรู้สิทธิมนุษยชนและสันติภาพ: 76 ปีปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการเดินทางกว่า 76 ปีของปฏิญญาสิทธิมนุษยชนสากล (Universal Declaration of Human Rights) และเนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนสากล

แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้ร่วมเติมเต็มพื้นที่แห่งการเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนด้วยกิจกรรม Activism Space ครั้งที่ 2 ภายใต้แคมเปญ “เขียน เปลี่ยน โลก: พลังแห่งการเคลื่อนไหวผ่านตัวอักษร” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเรื่องราวของสิทธิมนุษยชนผ่านรูปแบบที่หลากหลาย ตั้งแต่นิทรรศการ บอร์ดเกมสิทธิมนุษยชน เสียงดนตรี กวีและภาพถ่าย

ในปี 2568 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยังคงให้ความสำคัญกับพื้นที่ปลอดภัยของนักกิจกรรม เยาวชนและผู้คนที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรม Activism Space in Public เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในพื้นที่สาธารณะ กิจกรรมครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมได้ร่วมเวิร์กชอปในหัวข้อ “Timeline Human Rights” ซึ่งเป็นการไล่เรียงเหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเรียกร้องสิทธิของไทย เช่น สิทธิลาคลอดและการทำแท้งถูกกฎหมาย อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่ชื่อว่า “ประเทศในฝัน” ซึ่งผู้เข้าร่วมจะได้ออกแบบประเทศในอุดมคติ ผ่านการวาดภาพระบายสี บางคนเสนอให้ประเทศให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางเพศ และเวลาพักผ่อนของประชาชน

และในช่วงบ่ายของกิจกรรม แฟรงค์ – เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ได้เล่าถึงเบื้องหลังภาพยนตร์สารคดี The Last Breath of Sam Yan ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อศาลเจ้าแม่ทับทิมในย่านสามย่าน จนถึงวันที่หนังคว้ารางวัลสุพรรณหงส์ รวมถึงเรื่องราวการเคลื่อนไหวตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน จากทรงผม การหมอบกราบ ไปจนถึงการต่อสู้เพื่อพื้นที่ที่มีความหมายต่อชีวิตผู้คน อีกทั้งผู้เข้าร่วมยังได้รับชม The Last Breath of Sam Yan ร่วมกันพร้อมตั้งคำถามและพูดคุยกับเนติวิทย์ในช่วงแลกเปลี่ยน

วันที่ 12 กรกฎาคม 2568 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (Democracy Restoration Group – DRG)  ได้จัดกิจกรรม Activism Space in Public ครั้งที่ 2 ขึ้น ณ SCC Creative Space ในหัวข้อ “เสรีภาพในการแสดงออกและขบวนการเคลื่อนไหว” โดยมีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนที่เราเชิญมา เพื่อแลกเปลี่ยนเนื้อหาความรู้ ประสบการณ์และการทำงานให้แก่ผู้เข้าร่วมด้วยกันทั้งสิ้น 3 ท่าน ประกอบด้วย

  • ชลธิชา แจ้งเร็ว ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ขบวนการเคลื่อนไหวเยาวชนและสิทธิทางการเมือง”
  •  ชลิต รัษฐปานะ ร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ขบวนการแรงงานและการเคลื่อนไหวผ่านออนไลน์” และ
  • อภิศักดิ์ ทัศนี จาก Beach For Life Thailand โดยร่วมแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “ขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพย์ยากรธรรมชาติ”

และในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้จัดกิจกรรม Activism Space in Public อีกครั้ง โดยในครั้งนี้ เป็นประเด็นหัวข้อ “รณรงค์อย่างไรให้แมส” กับพี่หนูหริ่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา

พี่หนูหริ่งไม่ได้มอง ‘การรณรงค์’ ว่าเป็นเพียงกิจกรรมสร้างสีสันหรือจบในเวลาสั้นๆ แต่เขาอธิบายว่าการรณรงค์ บางครั้งถูกมองว่าเป็นแค่กิจกรรมเล็กๆ ที่ผ่านมาแล้วหายไป แต่บางครั้งทุกการรณรงค์คือการต่อสู้ที่ซับซ้อน จึงเปรียบการรณรงค์ได้กับ ‘สงคราม’ ที่มีทั้งคู่ต่อสู้ มวลชน กองเชียร์และผู้สังเกตการณ์ที่ยืนดูเงียบๆ อยู่รอบสนาม นักรณรงค์จึงไม่ต่างจากนักรบที่ต้องหาพวกพ้อง ต้องเลือกจังหวะออกหมัด ต้องรู้ว่าคู่ตรงข้ามเป็นใคร และที่สำคัญที่สุด ต้องไม่ปล่อยให้อารมณ์พาเราเดินหลงทาง ดังนั้น นักรณรงค์จึงต้องใช้ใช้ทั้งกลยุทธ์ จังหวะ เวลา และความอดทน

อบรมสิทธิมนุษยชน (Training of Trainer)

ทุกคนสามารถลุกขึ้นมาเป็นผู้จัดกระบวนการอบรม ถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนเองได้

นั่นคือภาพที่แอมเนสตี้ ประเทศไทย มองเห็นในอนาคต ดังนั้น Training of Trainers (ToT) จึงเกิดขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนผ่านเครือข่ายนักกิจกรรม กระบวนกร ครู อาจารย์ รวมไปถึงภาคประชาสังคมเพื่อการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชน

กระบวนการจัดอบรมจะเน้นทั้งการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ฝึกฝนทักษะการจัดอบรม แบ่งปันประสบการณ์ ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการเสริมสร้างเครือข่าย ผู้ที่เข้าร่วม Training of Trainers  มีตั้งแต่เครือข่ายนักกิจกรรม ครู อาจารย์ ภาคประชาสังคม ไปจนถึงบุคคลที่สนใจจากทั่วประเทศ

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร “จากครูสู่ผู้ปกป้องเด็ก” ในปี 2564 เป็นตัวอย่างการจัด Training of Trainers ร่วมกับเครือข่ายก่อการสิทธิเด็ก ให้กับครูหลายระดับชั้นจากทุกภูมิภาคที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามา โดยจัดในรูปแบบห้องเรียนออนไลน์ทั้งหมด 4 ประเด็นหลักที่ทำให้เกิดความเข้าใจเบื้องต้น ทั้งในประเด็นสิทธิมนุษยชน สิทธิมนุษยชนศึกษา สิทธิเด็กและความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหัวข้อคอยให้ความรู้และคำแนะนำ ทำให้แกนนำครูเหล่านี้มีความรู้และทักษะในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ที่เป็นมิตรกับสิทธิมนุษยชน เตรียมความพร้อมในการรับมือกับการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชนในรูปแบบต่างๆ ทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง

อีกทั้งยังมีการอบรมสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและสิทธิเด็กให้กับนักกิจกรรมที่ทำงานขับเคลื่อนประเด็นสังคม ถึงแม้ว่าปัจจุบัน โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการในหลักสูตร “จากครูสู่ผู้ปกป้องเด็ก” ได้ปิดตัวลงไปแล้ว แต่แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยังคงยืนหยัดและทำงานอย่างแข็งขันเพื่อจัดอบรมและสร้างความเข้าใจในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอและแพร่หลายผ่านกิจกรรมต่างๆ

โดยตั้งแต่วันที่ 27-30 กรกฎาคม 2565 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้จัดอบรมสิทธิมนุษยชน หรือ Training of Trainer (ToT) ครั้งแรก ณ The Pine Resort จังหวัดปทุมธานี โดยแอมเนสตี้ ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดกิจกรรม ร่วมกับองค์กรต่างๆ เช่น สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล บ้านฟื้น มูลนิธิเพื่อชาวบ้าน (มะขามป้อม) เป็นต้น การอบรม 4 วัน 3 คืนนี้ มีวิทยากรแวะเวียนเข้ามาให้ความรู้มากถึง 15 คน และมีกลุ่มคนที่มีทักษะและประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้หรือกระบวนกรจากทั่วประเทศจำนวน 24 คนเข้ามาเรียนรู้ เสริมทักษะและเพิ่มเติมองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน และอัตลักษณ์ทับซ้อน (intersectionality)

ในแง่ของทักษะกระบวนกร การอบรมนี้ได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การออกแบบกระบวนการเรียนรู้ การวางแผน ไปจนถึงการนำไปปฏิบัติจริง โดยผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนได้มีโอกาสออกแบบกระบวนการเรียนรู้ของตัวเองและฝึกเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมจริงๆ ในกระบวนการที่ตนออกแบบ

ในวันที่ 26-28 สิงหาคม 2565 แอมเนสตี้ ประเทศไทยได้จัดอบรมสิทธิมนุษยชน หรือ Training of Trainer (ToT) ครั้งที่สองในปี 2565 ณ Chestnut Hill Eco Resort อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกับกลุ่ม Law Long Beach (LLB) ซึ่งเป็นกลุ่มนักกิจกรรมทางสังคมและการเมืองจากมหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมอบรมเป็นนักกิจกรรม LLB และสมาชิกแอมเนสตี้คลับจาก ม.อ. วิทยาเขตปัตตานีด้วย ผู้เข้าร่วมที่เข้าร่วมการอบรมครั้งนี้เป็นผู้ที่มีความสนใจในประเด็นทางสังคม การเมืองและสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐานอยู่ก่อนแล้ว และต้องการเสริมทักษะการเป็นกระบวนกรเพื่อเผยแพร่สิทธิมนุษยชนต่อไปในอนาคต เนื้อหาของการอบรมในครั้งนี้จึงเป็นมุ่งเน้นไปที่ทักษะกระบวนกรเป็นหลัก ทั้งการออกแบบ การวางแผน ทักษะการฟังเพื่อจับประเด็น การถอดบทเรียน และการประเมินผล และที่ขาดไม่ได้คือการได้ทดลองเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมที่ตนออกแบบเอง

หากคุณสนใจอยากรู้ว่า Training of Trainers ของแอมเนสตี้ ในปี 2565 มีเนื้อหาอย่างไรบ้าง สามารถเข้าไปอ่านได้ ที่นี่

ในปี 2566 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ยังคงจัดอบรมสิทธิมนุษยชน หรือ Training of Trainer (ToT) อย่างต่อเนื่อง โดยระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคม 2566 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ได้จัดอบรมสิทธิมนุษยชน ณ บ้านผู้หว่าน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเนื้อหาการอบรม ครอบคลุมทักษะกระบวนกร เช่น ทักษะการฟัง การจับประเด็น การตั้งคำถาม และการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ด้วย Learning Curve อีกทั้งยังมีกิจกรรมที่เสริมองค์ความรู้สิทธิมนุษยชนเรื่องอัตลักษณ์ทับซ้อน ความเหลื่อมล้ำ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ และมีช่วงให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองออกแบบ นำกระบวนกรเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียกได้ว่ามีครบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

การอบรมสิทธิมนุษยชน หรือ Training of Trainer เป็นอีกหนึ่งโครงการที่แอมเนสตี้ ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการสร้างแรงบันดาลใจและเสริมศักยภาพให้กับคนธรรมดาเพื่อที่จะขยายการทำงานเรื่องสิทธิมนุษยชนออกไปให้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย ในประเด็นที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ใครสนใจ หรืออยากศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนศึกษา ของแอมเนสตี้ ประเทศไทย สามารถติดตามเราได้ที่เว็บไซต์ของเราหรือติดต่อเราได้ที่ [email protected]  

นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนพัฒนาหลักสูตรเนื้อหาและเครื่องมือที่ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดเองได้

Human Rights Geek

แอมเนสตี้เชื่อว่าพลังของคนธรรมดาสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ ผ่านการใช้สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคืองานรณรงค์ หรือ แคมเปญ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม หรือเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลหันมาสนใจข้อเรียกร้องของภาคประชาชน

งานรณรงค์ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถประสบความสำเร็จได้ในทันที แต่ต้องผ่านการวิเคราะห์ วางแผนและลองผิดลองถูก กว่าจะเกิดความชำนาญและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยจึงจัดกิจกรรม Human Rights Geek ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและทักษะการรณรงค์ให้กับเยาวชน ให้พวกเขาได้ลงมือออกแบบงานรณรงค์จากประสบการณ์จริง ผ่านการเรียนรู้และเชื่อมต่อกับผู้คนและขบวนการเคลื่อนไหวในพื้นที่โดยในระหว่างวันที่ 25 – 27 แอมเนสตี้ ประเทศไทยได้จัดกิจกรรม Human Rights Geeks on Tour ตอน Campaign Recipe ที่จังหวัดพะเยา เพื่อสร้างนักรณรงค์รุ่นใหม่ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 21 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยาจากหลากหลายคณะ

เมื่อวันที่ 20–23 กรกฎาคม 2566 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ร่วมกับแอมเนสตี้คลับนิติอาสาพัฒนาสังคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดกิจกรรมค่ายนิติอาสาพัฒนาสังคม x HUMAN RIGHTS GEEK ON TOUR ตอนเหมืองแร่เมืองเลย ที่บ้านหนองนาบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย โดยมีเป้าหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนให้กับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลุ่มนักกฎหมายอาสาเพื่อสิทธิมนุษยชนภาคใต้ (Law Long Beach Club) และชมรมแอมเนสตี้ สังกัดคณะรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา (Amnesty UP Club) กิจกรรมนี้จัดขึ้นทั้งสิ้น 4 วัน เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เข้าร่วมได้พบกับประสบการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนมากมาย เช่น เกมลูกโป่งหรรษา ที่ให้แบ่งกลุ่มทำกิจกรรมสร้างความสามัคคี การรับฟัง การเข้าใจปัญหาจนนำไปสู่การแก้ไขปัญหา กิจกรรมชุมชนในฝันที่ให้ทุกคนร่วมออกแบบเมืองในฝันและเห็นตัวอย่างการถูกลิดรอนสิทธิ ลงพื้นที่จริงเพื่อดูร่องรอยจากการทำเหมืองแร่ที่เคยเกิดข้อพิพาท และให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมปลูกป่าฟื้นฟูสภาพภูเขาที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ พร้อมทั้งเรียนรู้หลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รวมถึงได้มีการทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ชูป้ายแสดงพลังร่วมรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชน ผ่านการใช้เครื่องมือรณรงค์ที่ได้เรียนรู้จากทีมงาน

เมื่อวันที่ 23 – 26 สิงหาคม 2567 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ร่วมกับ Dot to Dot และมูลินิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) ได้จัดกิจกรรม Human Rights Geek: Campaigner 101 จังหวัดระยอง ซึ่งได้ลงพื้นที่จังหวัดระยอง เพราะเป็นหนึ่งในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีเป้าหมายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนให้กับเยาวชนนักกิจกรรม นักเรียน นักศึกษาและกลุ่มนักกิจกรรมของแอมเนสตี้ รวมถึงเสริมสร้างทักษะและเครื่องมือการรณรงค์ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้เยาวชนเพื่อขับเคลื่อนประเด็นสิทธิมนุษยชนต่อไป 

กิจกรรมตลอดทั้ง ทั้ง 4 วันนี้ ทางผู้จัดได้พาผู้เข้าร่วมไปเรียนรู้ประเด็นสิทธิมนุษยชนผ่านกระบวนการการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม ทั้งกิจกรรมห้องเรียนสิทธิมนุษยชนในประเด็นสิทธิในสิ่งแวดล้อม สิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนและการเยียวยา การเรียนรู้ขบวนการต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิและการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนในพื้นที่ EEC และการรับฟังประสบการณ์การทำงานในพื้นที่ของตัวแทนองค์กรภาคประชาสังคม ได้แก่ EnLAW, EEC Watch และทีมสื่อภาคตะวันออก EPIGRAM

และในวันที่ 4-8 ธันวาคม 2567 แอมเนสตี้ ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) กลุ่ม Law Long Beach คลับ ม.อ.หาดใหญ่ ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ปัตตานี และแอมเนสตี้คลับ ม.อ.ปัตตานี ได้จัดค่ายรวมเยาวชนจากทั่วประเทศกว่า 40 คน เพื่อเรียนรู้สิทธิมนุษยชน ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้สิทธิในการมีส่วนร่วมและการพัฒนาร่วมกับชุมชนในจังหวัดระนองและอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ผ่านกิจกรรมค่าย Human Right Geek ระนอง ตอน ตะลุย SEC: เรียนรู้สิทธิมนุษยชนการมีส่วนร่วมและการพัฒนา

กิจกรรมนี้มีเป้าหมายในการเสริมศักยภาพของแอมเนสตี้คลับในการจัดค่าย และจุดประกายเติมความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะสิทธิในการมีส่วนร่วมในการพัฒนา ผ่านกรณีศึกษาจากพื้นที่จังหวัดระนองและชุมพร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้โครงการ ‘ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้’ หรือ Southern Economic Corridor (SEC) รวมถึงการสร้างแรงบันดาลให้เยาวชนได้เป็นเครือข่ายในการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนร่วมกันต่อไป

ตลอดระยะเวลา 4 วัน 3 คืน ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งจากวิทยากร ห้องเรียนสิทธิมนุษยชนและการลงพื้นที่จริง นอกจากนี้ยังเกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ในช่วงเวลาต่างๆ ของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นมุมมองชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อหรือความรู้เฉพาะตัว สิ่งเหล่านี้ได้สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เข้มแข็ง

การพบเจอและพูดคุยกับเพื่อนใหม่ในค่ายทำให้เกิดการตกผลึกความรู้ในหลากหลายมิติ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาความเข้าใจและสร้างพลังขับเคลื่อนเพื่อสิทธิมนุษยชนต่อไป