อินโทรเวิร์ตผู้กระตือรือร้น: การฝึกงานในโลกที่ไม่เคยเข้าใจ

การฝึกงานในองค์กรลักษณะงานเป็น “เอ็กซ์โทรเวิร์ต” สำหรับคนที่มีสไตล์ “อินโทรเวิร์ต” นั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเจอกับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นและต้องกระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา

เช่นเดียวกับ ‘ครีม’ ศิราณี  แสนโน นักศึกษาคณะสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักศึกษาฝึกงานฝ่ายนักกิจกรรมและสิทธิมนุษยชนศึกษา (Activism and HRE) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ผู้เปิดเผยว่าตัวเองเป็นคนรักสงบและมีพื้นที่ส่วนตัวสูง

ครีมเป็นนักศึกษาจากสาขาน้องใหม่อย่างสาขาอาเซียนศึกษา  ที่วิชาเรียนมีเนื้อหาเกี่ยวกับด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดแทรกอยู่ภายใน ไม่ว่าจะเป็น เช่น ประเด็นแรงงานข้ามชาติ ผู้ลี้ภัยทางการเมือง และ สิทธิในเสรีภาพการแสดงออกในประเทศไทย

ในมุมมองของเธอ ‘สิทธิมนุษยชน’ คือ สิทธิขั้นพื้นฐาน เช่นการดำรงชีวิตอย่างอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่มีความสุข ไม่ถูกใครลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่โดนเอารัดเอาเปรียบจากใคร ความสนใจของเธอด้านสิทธิมนุษยชนก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมรุ่นของเธอที่สนใจสิทธิในการออกมาชุมนุมโดยสงบ จากเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงของนักเรียนนักศึกษาตั้งแต่ปี 2563

เธอจึงมีความตั้งใจที่จะร่วมงานกับองค์กรภาคประชาสังคม แม้จะไม่เคยด้รู้จักกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มาก่อนจนถึงช่วหาสถานที่ฝึกงาน แต่มี เมื่อเพื่อนจากสถาบันเดียวกันได้ชักชวนให้มารู้จักและสมัครฝึกงานกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เธอศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฝ่าย Activism and HRE คร่าว ๆ ว่าเป็นฝ่ายที่ทำงานด้านการสร้างสรรค์วิธีการรณรงค์ เช่น การจัดกิจกรรมเวิร์กชอป การจัดทำค่ายการเรียนรู้ในหัวข้อสิทธิมนุษยชนต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับประสบการณ์ของเธอในการทำค่ายในมหาวิทยาลัย โดยงานชิ้นแรกที่เธอได้รับมอบหมายคือการจัดเตรียมค่าย Human Rights Geeks ในจังหวัดระนอง

สิ่งที่เธอต้องรับมือและปรับตัวคือการสร้างความกระตือรือร้นให้กับตัวเอง ในช่วงแรกๆ ของการฝึกงานเธอมักจะทำงานในภาวะผู้ตามเป็นส่วนมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสารภายในทีม การติดต่อประสานงานกับผู้คนหลากหลายโดยเฉพาะบุคคลภายนอก อีกทั้งยังต้องเรียนรู้ในการเป็นผู้พูด การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น 

เธอเล่าถึงประสบการณ์ในการทำค่าย ‘Human Rights Geeks ระนอง ตอน ตะลุย SEC’ ว่า  แม้ผลลัพธ์ของค่ายจะผ่านด้วยดี แต่ด้วยเหตุผลที่เธอเพิ่งจะเริ่มต้นฝึกงานในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ทำให้เธอค่อนข้างสับสนและไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไป ทั้งการค้นคว้าข้อมูล กระบวนการจัดการค่ายหรือห้องเรียนสิทธิมนุษยชน การจดข้อมูลสรุปเนื้อหาภายในค่าย หรือแม้แต่การจัดการด้านการเงิน

โดยรายละเอียดเหล่านี้ทำให้เธอไม่มีเวลาโฟกัสความหมายของการเป็นผู้จัดทำค่าย หรือองค์ประกอบต่าง ๆ ของค่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อหา หรือการสังเกตการณ์ผู้เข้าร่วม จนทำให้เธอไม่เข้าใจถึงบทบาทของการทำงานในฝ่าย Activism and HRE จนเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานที่ทำ

ถึงกระนั้นเธอก็นำจุดบกพร่องต่างๆ มาปรับปรุงตัวเองในการจัดทำห้องเรียนสิทธิมนุษยชนในครั้งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดห้องเรียนสิทธิมนุษยชนในโรงเรียนนานาชาติ รวมถึงในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เธอต้องรับมือกับการเผชิญหน้ากับผู้คนเป็นจำนวนนับร้อย 

“มันเหมือนเราได้กลับเข้าไปอยู่ในห้องเรียนอีกครั้ง แต่ไม่ได้กลับไปในคณะที่เป็นนักศึกษาแต่เป็นคนที่ให้ความรู้กับคนที่เขานั่งเรียนอยู่ เป็นการให้ความรู้ในฐานะองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนโดยตรงซึ่งจะแตกต่างจากการวิทยากรหรืออาจารย์ให้ความรู้ลูกศิษย์ ก็รู้สึกสนุกที่ใช้ทักษะการพูด การใช้ภาษาอังกฤษกับนักเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือพวกเขาดูกระตือรือร้น ให้ความเป็นกันเอง และพร้อมที่จะเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำลังใจให้ยังอยากที่จะทำงานต่อไป” เธอกล่าว

จุดเปลี่ยนสำคัญของเธอเริ่มขึ้นเมื่อเธอต้องดำเนินการการทำโปรเจกต์จบของนักศึกษาฝึกงาน โปรเจกต์ของเธอมีชื่อว่า ‘Light up for your rights วงคุยเยาวชน ความหวัง และเทียนหอม’ ซึ่งเป็นเวิร์กชอปที่เชิญชวนผู้คนเข้ามาพูดคุยและตระหนักรู้ถึงประเด็นสิทธิมนุษยชน โดยแนวคิดที่อยากรู้ว่าประเด็นสิทธิมนุษยชนที่คนอื่นกำลังสนใจในปัจจุบันมีเรื่องอะไรบ้างและหวังว่าอยากให้คนเหล่านั้นได้รับแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ผ่านกิจกรรมการทำเทียนหอมซึ่งจะเป็นตัวแทนของการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงออกในการแสดงความคิดเห็น

ผลลัพธ์ของเวิร์กชอปดังกล่าว ค่อนข้างได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประเด็นสิทธิมนุษยชนของผู้เข้าร่วมที่ไม่เหมือนการนั่งฟังบรรยายปกติในห้องเรียน ภายใต้บรรยากาศที่สนุกสนานและได้ลงมือทำบางสิ่งจากความสร้างสรรค์ในจิตใจ

นอกเหนือจากความสำเร็จในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เธอยังได้ค้นพบคำตอบของบทบาทการทำงานฝ่าย Activism and HRE ที่เธอตั้งข้อสงสัยมาตลอด

เธออธิบายว่า การทำงานฝ่ายของเธอก็คือการจัดสรรพื้นที่ปลอดภัยให้กับใครบางคนที่ต้องการในการออกมาแสดงออกถึงความต้องการบางอย่าง ในขณะเดียวกัน การจัดห้องเรียนสิทธิมนุษยชนก็เพื่อที่จะสร้างความรู้ในประเด็นสิทธิมนุษยชนและตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับสิทธิเหล่านั้น เพื่อสร้างเครือข่ายของผู้คนที่อยากจะขับเคลื่อนในประเด็นสิทธิบางอย่างให้กล้าออกมาพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยที่สิ่งเหล่านั้นจะไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นด้วยเช่นกัน

“เราแอบสังเกตผู้เข้าร่วมว่า พวกเขามีการแลกช่องทางการติดต่อกันและกัน พวกเขามีการพูดคุยกันในประเด็นที่พวกเขาสนใจ เพราะบางคนไม่รู้จักกันมาก่อนเลยแต่เขาก็มีความสบายใจที่เขาจะพูดกันแลกเปลี่ยนมุมมองซึ่งกันและกัน ท้ายที่สุดมันจะกลายเป็นการแลกสังคมใหม่ของคนที่สนใจสิทธิมนุษยชนขึ้นมา เธอกล่าว 

ศิราณีได้เข้ามาฝึกงานกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย มาเป็นเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยเธอได้เล่าถึงประสบการณ์ว่า

“มีคำพูดหนึ่งที่พี่เขาพูดกับเราว่า การที่เปิดรับสมัครนักศึกษาฝึกงาน พวกเขาไม่ได้ที่จะใช้งานคุณ หรือไม่ได้คุณมาแบ่งเบาภาระหน้าที่ แต่มันเป็นการที่เขาจะสนับสนุนเราในการเรียนรู้ของเราให้เปิดโอกาสและเราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ”

“คิดว่าอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่องของการจัดการการออกแบบกระบวนการ เพราะคิดว่ามันคือส่วนที่ยากที่สุดในการจะจัดกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง มันไม่ใช่แค่การรู้ในหัวว่าอยากจะทำอะไร แต่ต้องมามองดูหลายปัจจัยทั้งในด้านการเลือกประเด็นและหัวข้อกิจกรรมที่อยากจะทำ กลุ่มเป้าหมายจะเป็นใคร สิ่งที่ทำมันสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ยังไง ถึงจะสามารถออกแบบกระบวนการทั้งหมด เราต้องสรุปทบทวนกับตัวเองว่าสิ่งที่เราได้จากโปรเจกต์จบของเราว่าได้เรียนรู้บ้าง เพื่อที่จะไปทำอะไรต่อกับการฝึกงานที่อยากจะทำต่อ รวมถึงยังอยากเรียนรู้เรื่องการติดต่อประสานงาน และควบคุมรูปแบบกระบวนการให้ล้อกับวัตถุประสงค์”

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน