ชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2568

ท่ามกลางปัญหาที่ท้าทายมนุษยชาติอย่างรุนแรง แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังคงได้เห็นผู้คนจากทั่วโลกพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของการเคลื่อนไหว และพลังแห่งความสามัคคีเพื่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต 

ตั้งแต่การกดดันให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบไปจนถึงการรณรงค์ให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ การต่อสู้เพื่อให้ปล่อยตัวนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของความหวังและแรงบันดาลใจ เรื่องราวของมนุษยชาติในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

กรกฎาคม

ระดับโลก 

การให้ความเห็นแนะนำที่สำคัญสองครั้งในปีนี้ ทำให้เกิดความชัดเจนในพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐต่างๆ ท่ามกลางภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วยเพิ่มพลังในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และความรับผิดด้านสภาพภูมิอากาศ โดยในเดือนกรกฎาคม ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICJ) แถลงอย่างชัดเจนว่า เราไม่อาจเข้าถึงสิทธิมนุษยชนได้อย่างเต็มที่ หากปราศจากการคุ้มครองระบบภูมิอากาศและองค์ประกอบอื่นๆ ของสิ่งแวดล้อม ศาลสูงสุดของโลกย้ำว่า รัฐต่างๆ มีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการทันที ทั้งการกำกับดูแลการดำเนินงานของหน่วยงานเอกชน และการร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองคนในรุ่นปัจจุบันและในอนาคต และคุ้มครองระบบนิเวศให้ปลอดพ้นจากผลกระทบที่เลวร้ายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ ช่วงต้นเดือนนี้ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งทวีปอเมริกา ได้ออกความเห็นแนะนำเพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศ ซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อบรรทัดฐานทางกฎหมายสำหรับศาลอื่นๆ ทั่วโลก 

โตโก

ภายหลังการเรียกร้องจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลและองค์กรภาคประชาสังคมอื่นๆ ส่งผลให้เริ่มมีการสอบสวนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ต่อกรณีการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมประท้วงห้าคน ซึ่งมีการกู้ศพจากแม่น้ำในกรุงโลเม ซึ่งเป็นเมืองหลวง ในเบื้องต้น ทางการปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของบุคคลทั้งห้า ซึ่งได้เข้าร่วมในการชุมนุมประท้วง และเจ้าหน้าที่ได้ใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุมไม่กี่วันก่อนหน้านั้น โดยอ้างว่าพวกเขาจมน้ำตาย 

อาร์เจนตินา 

ในที่สุด ผู้ก่อเหตุวางเพลิงโดยมีเป้าหมายโจมตีเพื่อสังหารเลสเบี้ยนสามคนในปี 2567 ก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตายอย่างอุกฉกรรจ์ โดยมีแรงจูงใจมาจากการเกลียดคนรักเพศเดียวกัน 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลสนับสนุนโซเฟีย ซึ่งเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้ ในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความยุติธรรมของเธอ

ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2567 ในบาร์รากัส บัวโนสไอเรส ชายคนหนึ่งได้โยนระเบิดเพลิงใส่เข้าไปในห้อง ซึ่งมีคู่รักเลสเบี้ยนอยู่สองคู่ ส่งผลให้แอนเดรีย พาเมลา และร็อกซานาเสียชีวิตจากการโจมตี แต่โซเฟียรอดชีวิตมาได้ 

เซเนกัล 

หลังมีการเรียกร้องจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล รัฐมนตรียุติธรรมจึงสั่งการให้อัยการสูงสุดเริ่มการสอบสวนคดี “ความรุนแรงทางการเมือง” ซึ่งเกิดขึ้นในเซเนกัลระหว่างปี 2564 ถึง 2567 ในช่วงเวลาดังกล่าว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ทำงานวิจัย และประณาม การสังหารบุคคลอย่างน้อย 65 คน ระหว่างการชุมนุมประท้วง และการควบคุมตัวบุคคลอีกหลายร้อยคนโดยพลการก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 

สโลวีเนีย 

ในวันที่ 31 กรกฎาคม สโลวีเนียประกาศยุติการค้าอาวุธทั้งหมดกับอิสราเอล รวมทั้งการนำเข้า การส่งออก และการเป็นประเทศทางผ่าน นับเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปประเทศแรกที่ทำเช่นนี้  

อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 6 สิงหาคม รัฐบาลสโลวีเนียยังประกาศห้ามนำเข้าสินค้าจากอิสราเอล ซึ่งผลิตจากชุมชนของอิสราเอลที่ตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สโลวีเนีย รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนอื่นๆ และด้วยความสนับสนุนจากภาคประชาสังคม ได้เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการเหล่านี้มาอย่างยาวนาน 

สิงหาคม

อิสราเอลและดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง

ในวันที่ 24 กรกฎาคม ศาลอิสราเอลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งห้ามเดินทางของ อาห์หมัด คาลิฟา พลเมืองอิสราเอลเชื้อสายปาเลสไตน์ ทำให้เขาสามารถเดินทางพร้อมกับครอบครัวไปยังอิตาลี ตามจดหมายเชิญของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นผู้จัดการเดินทางให้กับอาห์หมัด โดยสำนักงานของแอมเนสตี้ที่อิตาลีเป็นผู้ออกจดหมายเชิญเขา และ อาดาลาห์ เซ็นเตอร์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับเขา ได้ใช้จดหมายนี้เพื่อให้การต่อศาล คัดค้านคำสั่งห้ามเดินทาง และเป็นหลักฐานสำคัญในคดีของเขา 

อาห์หมัด คาลิฟา พลเมืองอิสราเอลเชื้อสายปาเลสไตน์ เป็นนักกฎหมาย นักปกป้องสิทธิมนุษยชน นักจัดตั้งชุมชน และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้ง ในภาพถ่ายเป็นตัวเขากับครอบครัว

อาห์หมัดถูกสั่งห้ามเดินทาง โดยเป็นเงื่อนไขเพื่อปล่อยตัวเขาในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 หลังจากเขาถูกควบคุมตัวมาเกือบสี่เดือน จากการตะโกนเพื่อประท้วงต่อต้านสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา  

หลังเดินทางกลับจากอิตาลี อาห์หมัดได้กล่าวขอบคุณแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลว่า “การเดินทางครั้งนี้มีความหมายอย่างมากกับผมและครอบครัว เราขอขอบคุณอย่างมาก เป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมากที่ได้รู้สึกถึงความห่วงใย และความพยายามในการจัดการเดินทางครั้งนี้ เป็นโอกาสให้เราได้หายใจและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข” 

ซีเรีย

ในปี 2566 อาหมัด อาโบ ผู้ขอลี้ภัยชาวซีเรียถูกเพิกถอนความคุ้มครองชั่วคราว ระหว่างที่เขาอาศัยอยู่ในตุรกี เนื่องจากตรวจพบว่ามีเชื้อเอชไอวี ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เขาได้รับสถานะกลับคืนมาภายหลังการเรียกร้องจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ทั้งยังมีการคืนสิทธิในระบบประกันสังคมให้กับเขา ทำให้สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกครั้ง 

“ปฏิบัติการด่วนของแอมเนสตี้ช่วยให้ผมได้หายใจอีกครั้ง ผมขอขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจ” 

อาหมัด อาโบ ผู้ขอลี้ภัยชาวซีเรีย

“ปฏิบัติการด่วนของแอมเนสตี้ช่วยให้ผมได้หายใจอีกครั้ง ผมขอขอบคุณทุกคนอย่างจริงใจ เพียงเพราะว่าผมมีเชื้อเอชไอวี ก็ทำให้ผมต้องถูกประหัตประหาร ถูกควบคุมตัว รู้สึกหวาดกลัวว่าจะถูกควบคุมตัวทุกครั้งที่เห็นตำรวจ” อาหมัด อาโบกล่าว

“ตอนนี้ผมมีบัตรประจำตัวอีกครั้งหนึ่ง และได้รับสิทธิต่างๆ กลับคืนมา ซึ่งเป็นผลมาจากปฏิบัติการด่วน ผมไม่รู้จะขอบคุณพวกท่านอย่างไร ผมหวังว่าจะไม่มีใครต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบเดียวกับผมอีก ผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรได้รับความช่วยเหลือ พวกเขาไม่ควรต้องทนทุกข์ทรมาน ผมขอขอบคุณทุกคนที่ลงชื่อเรียกร้องให้ผม ทุกคนที่ยืนหยัดเคียงข้างผม ขอขอบคุณจากก้นบึ้งของหัวใจ”  

ตุรกี

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เริ่มปฏิบัติการด่วน เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมสามคน ได้แก่ ฮิฟดา เซเลน, ซิเนม เซเลบี และโดอัน นูร์ ซึ่งถูกควบคุมตัวโดยพลการเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดการเดินขบวนไพรด์ของผู้มีความหลากหลายทางเพศในอิสตันบูล และต่อมามีการฝากขังทั้งสามคนในข้อหาที่ปราศจากมูลความจริง 

โดอัน นูร์ ได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 30 กรกฎาคม หลังทนายความยื่นคำร้อง วันที่ 8 สิงหาคม ซิเนม เซเลบี และ ฮิฟดา เซเลน ก็ได้รับการปล่อยตัวระหว่างการพิจารณาคดีครั้งแรกที่มีจำเลย 53 คน 

“แบบแผนการปราบปรามและการข่มขู่ที่ขยายตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ประกอบกับการควบคุมตัวบุคคล ได้กลายเป็นรูปแบบของการลงโทษในตุรกี ในบรรยากาศเช่นนี้ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องสร้างความสามัคคีทางสังคม และออกมาต่อต้านการปฏิบัติอย่างมิชอบด้วยกฎหมายที่กำลังเพิ่มขึ้น” โดอัน นูร์กล่าว

“ผลจากปฏิบัติการด่วนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อเรียกร้องสิทธิของพวกเรา ทำให้หลายคนได้ยินเรื่องราวของเรา และร่วมมือกันเรียกร้องความยุติธรรมเพื่อให้การควบคุมตัวอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมายยุติลง ผมขอขอบคุณแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลและผู้สนับสนุนสำหรับการส่วนร่วมในกระบวนการนี้ ความสามัคคีจะทำให้เรายืนหยัดต่อสู้ต่อไปได้!’’

กันยายน

อียิปต์ 

อะลา อับเดล ฟัตตาห์ เป็นนักกิจกรรมชาวอียิปต์สัญชาติอังกฤษ เป็นนักเขียน และนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เขามีชื่อเสียงในระหว่างการปฏิวัติในอียิปต์เมื่อปี 2554 และได้ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของทางการอียิปต์หลายครั้งจากการเคลื่อนไหวโดยสงบและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เขาถูกจับกุมครั้งล่าสุดในวันที่ 29 กันยายน 2562 ท่ามกลางการปราบปรามการชุมนุมประท้วงอย่างกว้างขวาง ในเดือนธันวาคม 2564 ศาลความมั่นคงในสถานการณ์ฉุกเฉินตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลาห้าปีในข้อหา “เผยแพร่ข่าวปลอม” ซึ่งเป็นข้อหาเท็จ และเป็นผลมาจากการโพสต์โซเชียลมีเดียครั้งเดียว เขามีกำหนดพ้นโทษในปี 2570 เพราะทางการอียิปต์ไม่ได้หักเวลาระหว่างการฝากขังจำเลยออกจากโทษจำคุก 

อะลา อับเดล ฟัตตาห์ สวมกอดไลลา ซูเอฟ แม่ของเขา ในวันที่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ อะลา อับเดล ฟัตตาห์ นักโทษทางความคิด ได้รับการปล่อยตัวเพราะการอภัยโทษจากประธานาธิบดี หลังถูกจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมเป็นเวลาหกปี 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และ แอมเนสตี้ สหราชอาณาจักร ได้รณรงค์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีเพื่อให้ปล่อยตัวเขา สุดท้ายเขาได้รับการปล่อยตัวเพราะการอภัยโทษจากประธานาธิบดีในเดือนกันยายน 2568 การปล่อยตัวเขาไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากการรณรงค์และแรงกดดันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของไลลา ซูเอฟ แม่ของเขา และโมนา และซานา ซาอีฟ น้องสาวของเขา 

ตุรกี

จดหมายเรียกร้องหลายหมื่นฉบับของนักกิจกรรมจากแอมเนสตี้ มีส่วนช่วยให้ศาลสั่งปล่อยตัว เอเนส โฮคาโออูลารี เป็นการชั่วคราว เขาเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งถูกคุมขังหลังจากวิพากษ์วิจารณ์การปราบปรามการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นภายหลังการควบคุมตัวและการจำคุกนายกเทศมนตรีเมืองอิสตันบูล เอเครม อิมาโมกลู ระหว่างการปราศรัยในสภายุโรปในเดือนมีนาคม 2568 

เมื่อเขาเดินทางกลับไปตุรกี ในวันที่ 5 สิงหาคม ตำรวจได้ควบคุมตัวเขาและขออำนาจศาลฝากขังเขาในวันเดียวกัน ในวันที่ 8 กันยายน เขาได้รับการปล่อยตัวหลังการพิจารณาคดีครั้งแรก และหลังจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้ออกปฏิบัติการด่วนเพื่อเรียกร้องในนามของเขา เขามีกำหนดเข้ารับการพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

จดหมายเรียกร้องหลายหมื่นฉบับของนักกิจกรรมจากแอมเนสตี้ มีส่วนช่วยให้ศาลสั่งปล่อยตัว เอเนส โฮคาโออูลารี เป็นการชั่วคราว เขาเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งถูกคุมขังหลังจากวิพากษ์วิจารณ์การปราบปรามการชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นภายหลังการควบคุมตัวและการจำคุกนายกเทศมนตรีเมืองอิสตันบูล เอเครม อิมาโมกลู ระหว่างการปราศรัยในสภายุโรปในเดือนมีนาคม 2568

หลังได้รับการปล่อยตัว เอเนส โฮคาโออูลารีกล่าวว่า

“ขอขอบคุณการรณรงค์ที่ประสบความสำเร็จ ผมได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหลังการพิจารณาคดีครั้งแรก อย่างไรก็ดี การต่อสู้คดีของผมยังไม่สิ้นสุด รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงออกของผมด้วย แต่บอกได้เลยว่าชะตากรรมของผมจะต่างไปจากนี้มากหากไม่มีความสำเร็จจากการรณรงค์เหล่านี้ โดยเฉพาะการรณรงค์ที่เกิดจากการประสานงานและการดำเนินงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

“ถือว่าผมเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่โชคดีคนหนึ่ง เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังคงถูกตอบโต้จากการทำงานเคลื่อนไหวของพวกเขา และจะยังคงถูกตอบโต้ต่อไป โดยแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ 

เอเนส โฮคาโออูลารี นักกิจกรรมผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ 

“ถือว่าผมเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่โชคดีคนหนึ่ง เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังคงถูกตอบโต้จากการทำงานเคลื่อนไหวของพวกเขา และจะยังคงถูกตอบโต้ต่อไป โดยแทบไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เพื่อย้ำเตือนทุกท่านถึงความสำคัญของการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนและประสิทธิภาพในการรณรงค์เช่นนี้ ผมอยากจบด้วยการอ้างถึงคำพูดของกวีชาวโรมันซึ่งบอกว่า “ใครจะปกป้องผู้ปกป้อง?’ ผมขอถามคุณ ‘ใครจะปกป้องสิทธิของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน?’”

บูร์กินาฟาโซ

สภานิติบัญญัติชั่วคราวของบูร์กินาฟาโซ ประกาศใช้ กฎหมายในวันที่ 1 กันยายน โดยกำหนดอายุขั้นต่ำในการแต่งงานของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายที่ 18 ปี และกำหนดให้ต้องขอความยินยอมเพื่อเป็นเงื่อนไขหลักของการแต่งงาน

เมดาร์ด อูเอ็ดราโอโก เกษตรกรอายุ 50 ปี เป็นสมาชิกของคณะกรรมการเฝ้าระวังที่จัดตั้งขึ้นโดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และเป็นสมาชิกของสมาคมที่เป็นภาคีกับเราในจังหวัดปัสโซเร โดยในฐานะสมาชิกที่เป็นแกนนำของแนวร่วมแห่งชาติเพื่อต่อต้านการแต่งงานเด็ก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างประมวลกฎหมายเกี่ยวกับครอบครัวและบุคคล โดยให้เพิ่มอายุขั้นต่ำในการแต่งงานของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเป็น 18 ปี และล็อบบี้ให้มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เรียกร้องมาอย่างยาวนานให้ยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ รวมทั้งการบังคับแต่งงาน โดยผ่าน แผนงานสิทธิมนุษยชนศึกษา โดยในฐานะสมาชิกที่เป็นแกนนำของแนวร่วมแห่งชาติเพื่อต่อต้านการแต่งงานเด็ก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างประมวลกฎหมายเกี่ยวกับครอบครัวและบุคคล โดยให้เพิ่มอายุขั้นต่ำในการแต่งงานของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเป็น 18 ปี และล็อบบี้ให้มีการประกาศใช้กฎหมายนี้ 

ตุลาคม

อัฟกานิสถาน

ภายหลัง การรณรงค์กดดัน เป็นเวลาหลายเดือนของพันธมิตรด้านกีฬาและสิทธิ และ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สุดท้ายแล้ว ฟีฟ่าประกาศว่าจะจัดตั้งและสนับสนุนทุนให้กับทีมฟุตบอลผู้ลี้ภัยหญิงชาวอัฟกานิสถาน

นักเตะในทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอัฟกานิสถานเข้าร่วมการฝึกซ้อมที่เมืองโอดีเวลาส ชานกรุงลิสบอน

ทีมฟุตบอลหญิงอัฟกานิสถาน ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาในปี 2550 ได้ถูกสั่งยุบไปหลังกลุ่มตาลีบันได้ยึดอำนาจในปี 2564 เป็นเหตุให้นักฟุตบอลต้องลี้ภัยไปต่างประเทศเพราะกลัวจะถูกตอบโต้ หลังเดินทางออกจากอัฟกานิสถาน ทีมฟุตบอลก็ยังคงรณรงค์เรียกร้องสิทธิของตนเองที่จะได้เล่น และได้เป็นตัวแทนของประเทศ 

ในเดือนตุลาคม ฟีฟ่าได้จัดการแข่งขันในโมร็อกโก ทำให้ทีมได้ลงแข่งขันระดับสากลเป็นครั้งแรก โดยได้เตะกับชาด ตูนีเซีย และลิเบีย และต่อมามีการเปลี่ยนชื่อทีมเป็นอัฟกันวีเมนยูไนเต็ด 

ตามความเห็นของ คาลิดา โปปาล ผู้ก่อตั้งและอดีตกัปตันทีม เราต้องต่อสู้มาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความเหนื่อยล้า และยากจะทนทาน แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อเราได้เห็นนักเตะกลับมาสู่สนามอีกครั้ง เราก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เป็นเรื่องที่คุ้มค่าที่ได้เห็นเยาวชนหญิงในรุ่นปัจจุบันเป็นตัวแทนของประเทศ เป็นเรื่องที่น่าตื้นตันใจสำหรับฉันมาก” 

พฤศจิกายน

กรีซ

ภายหลัง การรณรงค์ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หัวหน้าหน่วยยามฝั่งของกรีซ รวมทั้งผู้บริหารสามคน ได้ถูกดำเนินคดีจากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการล่มของเรือไพลอส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 600 คน โดยก่อนหน้านี้ก็มีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ 17 คนเมื่อเดือนพฤษภาคม 

เอสวาตินี

มทันเดนี ดูเบ อดีตสมาชิกรัฐสภาเอสวาตินี และนักโทษทางความคิดของแอมเนสตี้ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำในเดือนพฤศจิกายน หลังต้องติดคุกกว่าสามปีในข้อหาที่มีแรงจูงใจทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเป็นประชาธิปไตย เขาได้รับการปล่อยตัวท่ามกลางการปราบปรามอย่างรุนแรง แม้ว่าจะไม่ได้เป็นจุดสิ้นสุดของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่ก็เป็นหมุดหมายสำคัญและเป็นความสำเร็จที่ได้มาอย่างยากลำบาก 

อาร์เจนตินา 

มีความก้าวหน้าของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเพื่อ โซเฟีย เฟอร์นันเดซ ผู้หญิงข้ามเพศอายุ 39 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจ ในเดือนเมษายน 2566 ในเมืองปิลาร์ จังหวัดบัวโนสไอเรส สองวันหลังถูกตำรวจในท้องถิ่นจับกุม โดยในเดือนกรกฎาคม ศาลได้ยกฟ้องคดีต่อตำรวจ 9 จาก 10 นาย อย่างไรก็ดี ในเดือนพฤศจิกายน ศาลอุทธรณ์สั่งให้เจ้าหน้าที่ทั้ง 10 นายต้องเข้ารับการพิจารณาคดีต่อไป 

มีความก้าวหน้าของการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเพื่อ โซเฟีย เฟอร์นันเดซ ผู้หญิงข้ามเพศอายุ 39 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของตำรวจ ในเดือนเมษายน 2566 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลช่วยเหลือครอบครัวของโซเฟีย รวมทั้งมาเบล (ในรูป) น้องสาวของเธอ เป็นเวลากว่าสองปี โดยให้ทุนสนับสนุนการจัดทำรายงานจากผู้เชี่ยวชาญและการจัดหาทนายความให้ 

จำเลยสามคนถูกดำเนินคดีข้อหาฆ่าคนตายอย่างอุกฉกรรจน์ โดยมีแรงจูงใจมาจากการเกลียดคนรักเพศเดียวกัน และเป็นการฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลช่วยเหลือครอบครัวของโซเฟีย เป็นเวลากว่าสองปี โดยให้ทุนสนับสนุนการจัดทำรายงานของผู้เชี่ยวชาญและการจัดหาทนายความให้ 

ลิเบีย 

ภายหลังการสอบสวนกรณีการสังหาร การควบคุมตัวโดยพลการ และการบังคับให้สูญหายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกับผู้ชายเผ่าเตบู ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของลิเบีย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้พนักงานอัยการของลิเบีย เริ่มการสอบสวนอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และรอบด้าน เกี่ยวกับการละเมิดที่เกิดขึ้นกับผู้ชายเผ่าเตบูซึ่งองค์กรบันทึกข้อมูลได้ อีกสองสัปดาห์ต่อมา พนักงานอัยการได้โพสต์ในเฟซบุ๊กประกาศว่าจะเริ่ม การสอบสวน หรือ การสั่งฟ้อง จำเลยเพื่อเข้ารับ การพิจารณาคดี เกี่ยวข้องกับการสังหารชายชาวเตบู ในช่วงเวลาเดียวกัน ทางการได้ปล่อยตัวผู้ชายอย่างน้อย 12 คน ซึ่งถูกจับกุมระหว่างที่เกิดเหตุละเมิดดังกล่าว ตามข้อมูลที่บันทึกได้โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

ฟินแลนด์ 

ในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลฟินแลนด์ประกาศใช้แผนปฏิบัติการแห่งชาติสำหรับสิทธิขั้นพื้นฐานและสิทธิมนุษยชนฉบับที่สี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโครงสร้างหลักของหลักนิติธรรม และส่งเสริมการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในฟินแลนด์ โดยเป็นผลมาจากการรณรงค์กดดันอย่างต่อเนื่องของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ฟินแลนด์ 

มาเลเซีย 

ในคดีที่สำคัญอย่างยิ่ง ภรรยาของศิษยาภิบาลชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกบังคับให้สูญหายเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ชนะคดีซึ่งมีตำรวจและรัฐบาลเป็นจำเลย 

เรย์มอนด์ โคห์ ถูกลากตัวออกจากรถของเขา โดยชายที่สวมหน้ากากในเขตชานเมืองของกัวลาลัมเปอร์ ในปี 2560 และได้สูญหายไปจนถึงปัจจุบัน ครอบครัวของเขาได้ยืนยันมาตลอดว่า เขาถูกตำรวจลักพาตัวไป แอมเนสตี้เรียกร้องความรับผิดในคดีนี้มาเป็นเวลาหลายปี และได้สนับสนุนครอบครัวและทนายความในการเรียกร้องความยุติธรรม 

อย่างไรก็ดี ในเดือนพฤศจิกายน ศาลสูงพิพากษาว่าเขาถูกบังคับให้สูญหาย โดยศาลวินิจฉัยว่ารัฐบาลและตำรวจมีส่วนรับผิดชอบต่อการลักพาตัวเขา นับเป็นคำพิพากษาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของมาเลเซีย 

กินี

คนงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจปาล์มน้ำมันและยางพาราแห่งกินี (Société Guinéenne de Palmiers à huile et d’Hévéas – โซกิปาห์) ได้รับการปรับการจ่ายค่าตอบแทนที่แน่นอนและเป็นระบบภายหลังการเรียกร้องของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล

ในเดือนตุลาคม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้เผยแพร่ รายงาน ที่เปิดโปงการละเมิดสิทธิคนงานในสวนปาล์ม ซึ่งเชื่อมโยงกับโซกิปาห์ รายงานเน้นให้เห็นว่า ครอบครัวคนงานสวนปาล์มซึ่งเป็นกิจการของโซกิปาห์มักได้ค่าแรงช้า และต่ำกว่าค่าแรงในตลาด 

ทวีปอเมริกา 

การให้พันธสัญญาที่จะพัฒนากลไกการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม เป็นชัยชนะที่สำคัญสุดจาก การประชุมประจำปีสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 ซึ่งจัดขึ้นในบราซิลในปีนี้ ชัยชนะจากการต่อสู้ที่เหนื่อยยากเป็นผลมาจากแรงกดดันของภาคประชาสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งกลไกนี้จะสนับสนุนและประสานการทำงานปัจจุบันและในอนาคตเพื่อคุ้มครองสิทธิของคนงาน บุคคลและชุมชนอื่นๆ ซึ่งได้รับผลกระทบจากแผนยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล แผนปฏิบัติการด้านความเท่าเทียมทางเพศฉบับใหม่ยังครอบคลุมมาตรการคุ้มครองที่สำคัญสำหรับผู้หญิงนักปกป้องสิ่งแวดล้อม 

ตัวแทนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลในที่ประชุม COP30 ในเมืองเบเล็ม ประเทศบราซิล วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 แอมเนสตี้ได้เปิดตัวรายงาน Extraction Extinction: Why the lifecycle of fossil fuels threatens life, nature, and human rights ในการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

ตูนีเซีย 

หลังการจำคุกที่ไม่เป็นธรรมเป็นเวลา 18 เดือน โซเนีย ดาห์มานี ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เธอเป็นนักกฎหมายชาวตูนีเซีย และแสดงความเห็นในสื่อ

แอมเนสตี้ได้รณรงค์ให้ปล่อยตัวโซเนียตั้งแต่เธอถูกจับกุม และต่อมาถูกศาลตัดสินจำคุกในข้อหา “เผยแพร่ข่าวปลอม” ที่ปราศจากมูลความจริงเมื่อปี 2567 องค์กรยังได้เริ่มปฏิบัติการด่วนเพื่อเรียกร้องสิทธิในนามของเธอ และได้ใช้เรื่องราวของโซเนียในแคมเปญ “เขียน เปลี่ยน โลก” 

โซเนีย ดาห์มานี ซึ่งเป็นนักกฎหมายและนักเขียน ถ่ายภาพด้านนอกบ้านของเธอที่กรุงตูนิสในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำ 

ผลลัพธ์ครั้งนี้เป็นหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมว่า การกดดันอย่างต่อเนื่องและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของเรา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง เราจะยังคงสนับสนุนโซเนียผ่านโครงการเขียน เปลี่ยน โลกต่อไป เพื่อเรียกร้องให้เธอได้รับเสรีภาพอย่างสมบูรณ์ โดยการเรียกร้องให้ทางการตูนีเซียยกเลิกคำพิพากษาที่ไม่เป็นธรรม และยกเลิกการดำเนินคดีอื่นๆ ของเธอ 

ธันวาคม

ระดับโลก 

ในปีนี้ แคมเปญ “เขียน เปลี่ยน โลก” เรียกร้องให้ประชาชนหลายล้านคนร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการละเมิดสิทธิทั่วโลก เราสามารถใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อเขียนจดหมาย หรือการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย หรือการลงชื่อในข้อเรียกร้อง เราก็สามารถช่วยเปลี่ยนแปลงโลก และอาจช่วยรักษาชีวิตคนไว้ได้ 

ในวันที่ 16 กันยายน 2568 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซิมบับเว ได้จัดกิจกรรมภายใต้โครงการเขียน เปลี่ยน โลก ในกรุงกเวรู ซิมบับเว โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นนักกิจกรรมเพื่อความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซิมบับเว พวกเขาเป็นนักกิจกรรมระดับชุมชนที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนโครงการรณรงค์เพื่อความยุติธรรมด้านสภาพภูมิอากาศในชุมชนของตนเอง ในกิจกรรมนี้มีผู้ลงชื่อในจดหมายและข้อร้องเรียนทั้งหมด 189 ฉบับ 

“เราได้ร่วมมือกันพิสูจน์ให้เห็นว่าแม้ในสภาพการณ์ที่เลวร้ายอย่างมาก มนุษยชาติสามารถชนะ ต้องชนะ และจะชนะในที่สุด” แอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าว 

ท่านสามารถอ่านเรื่องราวชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชนของแอมเนสตี้ ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2568 

ปกป้องเสรีภาพการแสดงออก

สิทธิของบุคคลทุกคนที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออก การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และการแสดงความคิดเห็น เป็นสิทธิในระดับสากลที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

สนับสนุนความเท่าเทียม

เราทุกคนต้องได้รับการปกป้องจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งการแสดงออกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศและเพศวิธี ภายใต้หลักการด้านสิทธิมนุษยชน