วาระสิทธิมนุษยชนประเทศไทย 2026

สิทธิมนุษยชน คือชีวิตของทุกคน

สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องไกลตัว ไม่ใช่เพียงถ้อยคำในกฎหมาย หรือหลักการในเอกสารนโยบาย แต่คือเรื่องของชีวิตประจำวันของผู้คน—ความปลอดภัยเมื่อออกไปชุมนุม ความเป็นธรรมเมื่อถูกดำเนินคดี ความมั่นคงเมื่อมีบ้านอยู่อาศัย และศักดิ์ศรีเมื่อต้องเผชิญกับอำนาจของรัฐ

สำหรับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย สิทธิมนุษยชนคือสิ่งที่ทุกคนควรเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร ชุมชนท้องถิ่น ผู้เห็นต่างทางการเมือง นักปกป้องสิทธิมนุษยชน หรือกลุ่มเปราะบางในสังคม สิทธิไม่ควรถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ควรถูกจำกัดเพราะความคิดเห็น อัตลักษณ์ หรือสถานะทางสังคม และไม่ควรถูกละเมิดด้วยข้ออ้างเรื่องความมั่นคงหรือการพัฒนา

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นผลกระทบของการใช้อำนาจรัฐที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน—ตั้งแต่การปิดปากและการคุกคามผู้เห็นต่าง การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือดำเนินคดี การควบคุมตัวและการใช้กำลังโดยมิชอบ ไปจนถึงโครงการพัฒนาและนโยบายของรัฐที่ละเมิดสิทธิในที่อยู่อาศัย ที่ดิน และการดำรงชีวิตของชุมชน ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียง “คดี” หรือ “ข่าว” แต่คือชีวิตที่ถูกทำให้ไม่ปลอดภัย ไม่เป็นธรรม และไร้ศักดิ์ศรี

วาระสิทธิมนุษยชนประเทศไทย 2026 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนยันหลักการง่าย ๆ แต่ทรงพลังว่า อำนาจของรัฐต้องมีไว้เพื่อคุ้มครองประชาชน ไม่ใช่ทำร้ายหรือปิดกั้นพวกเขา เอกสารฉบับนี้รวบรวมข้อเรียกร้องเชิงนโยบายที่ตั้งอยู่บนประสบการณ์จริงของผู้คน งานวิจัย การทำงานภาคสนาม และมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เพื่อเสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการสร้างสังคมที่ปลอดภัย เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยหวังว่าวาระฉบับนี้จะเป็นทั้งเครื่องมือสำหรับประชาชนในการตั้งคำถาม เป็นกรอบสำหรับผู้กำหนดนโยบายในการตัดสินใจ และเป็นฐานสำหรับการติดตาม ตรวจสอบ และการรณรงค์ร่วมกัน เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องของใครบางคน แต่คือเรื่องของชีวิตของทุกคน และเป็นรากฐานของสังคมที่เราทุกคนที่อยากอยู่ร่วมกัน

human rights agenda 2026

วาระสิทธิมนุษยชน: เพื่อประเทศไทยที่เคารพสิทธิของทุกคน

ทำไมประเทศไทยต้องมี “วาระสิทธิมนุษยชน”

สิทธิมนุษยชนไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เพียงหลักการทางกฎหมาย แต่คือสิ่งที่กำหนดว่าผู้คนจะสามารถใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และมีอนาคตได้หรือไม่ ตั้งแต่การแสดงความคิดเห็น การรวมกลุ่ม การเข้าถึงที่อยู่อาศัย การทำมาหากิน ไปจนถึงความปลอดภัยในชีวิตและร่างกายเมื่ออยู่ในความควบคุมของรัฐ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากในประเทศไทยเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐที่กระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้ง ทั้งจากกฎหมายและนโยบายที่จำกัดพื้นที่การมีส่วนร่วม การบังคับใช้กฎหมายที่เลือกปฏิบัติ การพัฒนาและโครงการขนาดใหญ่ที่นำไปสู่การไล่รื้อหรือการสูญเสียที่ดินทำกิน รวมถึงการละเมิดสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและในสถานที่ควบคุมตัว ความท้าทายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับ “คนบางกลุ่ม” เท่านั้น แต่ส่งผลต่อประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในสถานะเปราะบางหรือเผชิญการเลือกปฏิบัติซ้อนทับ

วาระสิทธิมนุษยชนฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอ มาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐและผู้กำหนดนโยบายควรยึดถือ ในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดหรือพรรคการเมืองใด วาระนี้ไม่ได้มุ่งโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มุ่งย้ำว่าอำนาจรัฐต้องถูกใช้เพื่อคุ้มครองผู้คน ไม่ใช่สร้างความหวาดกลัว ความไม่เป็นธรรม หรือการสูญเสียที่ไม่จำเป็น

วาระสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือสำหรับการสนทนาสาธารณะ เป็นกรอบอ้างอิงสำหรับนโยบาย และเป็นข้อเรียกร้องร่วมของสังคมว่า ประเทศไทยควรเดินหน้าไปในทิศทางที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาค และความเป็นธรรมของทุกคน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Human Rights Agenda 2026

วาระสิทธิมนุษยชนหลักของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ประกอบด้วย

1. เสรีภาพในการแสดงออก การรวมกลุ่ม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

รัฐต้องรับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การรวมกลุ่ม และการชุมนุมโดยสงบ ทั้งในพื้นที่ออฟไลน์และดิจิทัล ยุติการใช้กฎหมายและการดำเนินคดีเพื่อปิดปากหรือคุกคามประชาชน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมสาธารณะอย่างปลอดภัยและมีความหมาย

2. ความยุติธรรมที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน

ระบบยุติธรรมต้องคุ้มครองสิทธิในการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ และสิทธิในการประกันตัว โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือใช้เหตุทางการเมืองเป็นเงื่อนไข

Human Rights Agenda 2026
Human Rights Agenda 2026
Human Rights Agenda 2026
3. การคุ้มครองประชาชนจากความรุนแรงและการละเมิดในความควบคุมของรัฐ

ต้องยุติการควบคุมตัวโดยพลการ การทรมาน การบังคับบุคคลให้สูญหาย การสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม และการใช้กำลังเกินสมควร พร้อมทั้งรับรองการสอบสวนที่เป็นอิสระ การเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ และการไม่ลอยนวลพ้นผิด

4. ระบบกฎหมายและการบริหารที่ยึดหลักนิติธรรมและความรับผิดรับชอบ

กฎหมายต้องไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการคุกคามหรือปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ รวมถึงการฟ้องคดีเชิงยุทธศาสตร์ (SLAPP) และการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงโดยขาดการตรวจสอบ

5. สิทธิความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และพื้นที่ดิจิทัล

รัฐต้องคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการสื่อสาร ยุติการสอดส่องและการใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังโดยมิชอบ และรับรองว่าพื้นที่ดิจิทัลเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกและการมีส่วนร่วม

Human Rights Agenda 2026
6. สิทธิในที่อยู่อาศัย ที่ดิน ทรัพยากร และการพัฒนาที่เคารพสิทธิมนุษยชน

การพัฒนาและโครงการขนาดใหญ่ของรัฐต้องเคารพสิทธิในที่อยู่อาศัย ที่ดิน และทรัพยากรของประชาชน ยุติการไล่รื้อบังคับ รับรองการมีส่วนร่วมของชุมชน และจัดให้มีการเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะต่อชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของรัฐ

7. ความรับผิดชอบของประเทศไทยต่อสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน

ประเทศไทยต้องไม่เพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค ต้องคุ้มครองผู้ลี้ภัยและแรงงานข้ามชาติ เคารพหลักไม่ส่งกลับ และใช้นโยบาย ความร่วมมือ และบทบาทระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความรับผิด ความยุติธรรม และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบาย หน่วยงานของรัฐ และผู้มีอำนาจตัดสินใจ นำวาระสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ไปใช้เป็นกรอบในการออกกฎหมาย กำหนดนโยบาย และบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสังคมที่ประชาชนทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย เป็นธรรม และมีศักดิ์ศรี

สามารถอ่านวาระสิทธิมนุษยชนฉบับเต็มพร้อมข้อเสนอทางนโยบายได้ที่

สิทธิมนุษยชนคือชีวิตของทุกคน และทุกคนมีบทบาทในการทำให้เกิดขึ้นจริง

วาระสิทธิมนุษยชนประเทศไทย 2026 ฉบับนี้ ไม่ใช่เพียงชุดข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่คือเสียงสะท้อนจากชีวิตจริงของผู้คน
และคือความคาดหวังต่ออนาคตของประเทศไทย ที่เคารพศักดิ์ศรีและสิทธิของทุกคนอย่างเท่าเทียม

การเลือกตั้งไม่ควรเป็นเพียงการเลือกผู้แทน แต่คือการเลือกทิศทางว่าประเทศนี้ จะใช้กฎหมาย อำนาจ และการพัฒนา เพื่อคุ้มครองประชาชน หรือทำร้ายพวกเขา

บทบาทของแต่ละฝ่ายในการเดินหน้าวาระสิทธิมนุษยชน

สำหรับพรรคการเมืองและผู้กำหนดนโยบาย

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยขอเชิญชวนพรรคการเมืองและผู้กำหนดนโยบาย นำข้อเสนอเชิงนโยบายในวาระฉบับนี้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย การออกกฎหมาย และการบริหารประเทศ เพื่อให้สิทธิมนุษยชนเป็นรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

สำหรับประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ประชาชนมีสิทธิที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และเรียกร้องนโยบาย ที่เคารพสิทธิมนุษยชน วาระฉบับนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือ ในการพูดคุยกับพรรคการเมือง และประกอบการตัดสินใจทางการเมืองอย่างมีข้อมูล

สำหรับภาคประชาสังคม สื่อ เยาวชน และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

วาระสิทธิมนุษยชนฉบับนี้ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนร่วมใช้ ในการสื่อสาร การรณรงค์ และการทำงานร่วมกัน เพื่อขยายเสียงของผู้ที่มักถูกมองไม่เห็นในสังคม

สิทธิมนุษยชนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกฝ่ายเลือกที่จะไม่เพิกเฉย และเลือกที่จะยืนอยู่ข้างศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

Amnesty แจกไฟล์ให้คุณ! สามารถนำไปใช้รณรงค์ข้อเรียกร้องสิทธิมนุษยชนได้เลย