33 ความสำเร็จด้านสิทธิมนุษยชนในปี 2559

หมวดหมู่ : ข่าวสิทธิมนุษยชน
ภาพ: AFP/Getty Images

33 ความสำเร็จด้านสิทธิมนุษยชนในปี 2559

จะมองไปทางไหนหรือจะหันไปถามใคร หลายคนก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า 2559 ช่างเป็นปีที่ไม่ดีเอาเสียเลย แต่ด้วยพลังจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมากกว่าเจ็ดล้านคนทั่วโลกเช่นคุณ เรื่องราวดีๆ ด้านสิทธิมนุษยชนกลับมีให้เห็นมากมายตลอดปีที่ผ่านมา

          ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง 33 ความสำเร็จด้านสิทธิมนุษยชนที่คนธรรมดาเช่นคุณช่วยให้มันเกิดขึ้นได้จริง

 

       ๐ คุณให้อิสรภาพแก่พวกเขา

  1. อัลเบิร์ต วู้ดฟ็อกซ์, สหรัฐอเมริกา – ได้รับอิสรภาพ กุมภาพันธ์ 2559
    เขาถูกขังเดี่ยวนานถึง 43 ปี 10 เดือนที่รัฐลุยเซียนาก่อนจะได้รับอิสรภาพจากการรณงค์ในแคมเปญ Write for Rights ประจำปี 2558 ของแอมเนสตี้ เขาพูดถึงจดหมายจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ทั่วโลกที่ส่งถึงเขาว่า “ผมอธิบายความรู้สึกไม่ถูกเมื่อได้รับจดหมายจากคนทั่วโลก ผมรู้สึกมีค่าและมีพลัง จดหมายที่ส่งมาเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมทำเป็นเรื่องที่ถูกต้อง”

     
  2. มาเซน โมฮาเหม็ด อับดาละห์, อียิปต์ – ได้รับอิสรภาพ กุมภาพันธ์ 2559
    มาเซน เด็กชายวัยเพียง 14 ปีถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข่มขืนเพื่อให้รับสารภาพ แอมเนสตี้เป็นองค์กรแรกที่เข้าไปช่วยเหลือและแพร่กระจายเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปทั่วโลกจนทางการอียิปต์ละอายใจและปล่อยตัวมาเซนในที่สุด คุณแม่ของมาเซนกล่าวว่า “ดิฉันต้องขอบคุณแอมเนสตี้ที่ทำให้ได้ลูกชายกลับคืนมา”
  3. คอสตีอานติน เบสโกโรวาเอียนี, ยูเครน – ได้รับอิสรภาพกุมภาพันธ์ 2559
    เขาถูกคุมขังอยู่ในค่ายกักกันลับทางตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน การประชุมติดตามกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่องและแรงกดดันจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ช่วยให้เบสโกโรวาเอียนีได้รับอิสรภาพ เช่นเดียวกับชายชาวยูเครน 12 คนและหญิงอีกหนึ่งคนที่ได้รับการปล่อยตัวตามมาในเดือนกรกฏาคมและสิงหาคม
  4. มาห์มูด ฮุสเซน, อียิปต์ – ได้รับอิสรภาพมีนาคม 2559
    เขาเป็นนักศึกษาที่ถูกกักขังตัวนานถึงสองปีโดยไม่มีการไต่สวนคดี เพียงแค่ใส่เสื้อยืดที่เขียนว่า “Nation Without Torture” หรือ ”ประเทศที่ปราศจากการทรมาน” เมื่อปี 2547 ผู้คนทั่วโลกกว่า 145,000 คนต่างร่วมรณรงค์ให้เขาได้รับอิสรภาพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญยุติการทรมานของแอมเนสตี้ด้วย
  5. เพียว เพียว อ่อง, เมียนมา – ได้รับอิสรภาพเมษายน 2559
    ผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ทั่วโลกร่วมกันเขียนจดหมาย อีเมล ทวีตข้อความ เขียนโปสการ์ด ฯลฯ เพื่อช่วยเธอในแคมเปญ Write for Rights ปี 2558 เธอกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทั่วโลกผ่านจดหมายส่วนหนึ่งมีใจความว่า “ฉันต้องขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ไม่ได้แค่ช่วยให้ฉันได้รับอิสรภาพ แต่ยังทำให้ความหวังและศรัทธราของพวกเรามีอยู่ต่อไปด้วย”  

     
  6. มาเรีย เทเรซ่า ริเวร่า, เอลซัลวาดอร์ – ได้รับอิสรภาพพฤษภาคม 2559
    หลังจากเธอถูกตัดสินจำคุก 40 ปีข้อหาทำแท้ง ผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ทั่วโลกได้ช่วยกันเขียนจดหมายเรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอและให้ยุติการเอาผิดทางกฎหมายต่อการทำแท้ง ริเวร่าเขียนขอบคุณตอนนึ่งว่า “ขอบคุณมากๆ ที่ติดตามเรื่องราวของฉัน และช่วยจุดเปลวเทียมแห่งความหวังว่าฉันจะถูกปล่อยตัวในที่สุด”
  7. โฆเซ่ มาร์กอส มาบุนโก, แองโกลา – ได้รับอิสรภาพ พฤษภาคม 2559
    เขาได้รับอิสรภาพหลังจากโดนจำคุกข้อหากบฏในการประท้วงอย่างสงบเมื่อเดือนกันยายน 2558
  8. คาเดีย อิสมายีโลวา, อาเซอร์ไบจาน - ได้รับอิสรภาพ พฤษภาคม 2559
    ศาลอาเซอร์ไบจานเปลี่ยนคำตัดสินจากจำคุกเจ็ดปีครึ่งเป็นรอลงอาญาสามปีและให้ปล่อยตัว เธอเป็นนักข่าวที่ทำข่าวเจาะเปิดโปงการคอร์รัปชันในรัฐบาลจนถูกตั้งข้อหากลั่นแกล้งหลายข้อหา ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมก็มีนักข่าวอีกจำนวนหนึ่งได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน ต้องขอบคุณการรณงค์และแรงสนับสนุนจากคุณ
  9. เยซีเนีย อาร์เมนต้า, เม็กซิโก – ได้รับอิสรภาพ มิถุนายน 2559
    เธอถูกควบคุมตัว รุมซ้อม ทำให้ขาดอากาศหายใจ และข่มขืน ทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการทรมานโดยตำรวจ เพื่อให้เธอรับสารภาพว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมสามีตัวเอง เธอเปิดเผยหลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำว่า “เมื่อฉันได้รับจดหมายเขียนถึงว่าฉันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มันทำให้ฉันรู้สึกดี และมันก็ทำให้รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่เพียงลำพังจริงๆ”

     
  10. นักกิจกรรมเยาวชนชาวแองโกลา 17 คน – ได้รับอิสรภาพ กรกฎาคม 2559
    พวกเขาได้รับการปล่อยตัวแบบมีเงื่อนไขหลังจากการณรงค์ที่เข้มข้นของแอมเนสตี้ทั่วโลก พวกเขาถูกจับจากการเข้าร่วมเสวนาเยาวชนเกี่ยวกับประชาธิปไตยและเสรีภาพ
  11. อิลเดฟอนโซ ซาโมร่า, เม็กซิโก - ได้รับอิสรภาพ สิงหาคม 2559
    เขาเป็นนักกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและนักโทษความคิดซึ่งถูกตัดสินใจำคุกอย่างไม่เป็นธรรมถึงเก้าเดือน เขาเปิดเผยหลังถูกปล่อยตัวว่า “ผมไม่รู้ว่าจะขอบคุณแอมเนสตี้ยังไงถึงจะเพียงพอ”
  12. เบเลน, อาเจนติน่า - ได้รับอิสรภาพ สิงหาคม 2559
    หลังจากผู้คนมากกว่า 120,000 คนร่วมลงชื่อเพื่อยื่นข้อเรียกร้องถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เบเลนได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกจับกุมฐานทำแท้ง 
  13. เฟรดและอีฟส์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก – ได้รับอิสรภาพ สิงหาคม 2559
    รายชื่อมากกว่า 170,000 คนในแคมเปญ Write for Rights ช่วยให้นักกิจกรรมสองคนนี้ได้รับอิสรภาพ อีฟส์กล่าวว่า “จดหมายทุกฉบับและใครก็ตามที่มาเยี่ยมพวกเราช่วยให้เราเข้มแข็งขึ้นในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย” นอกจากนี้ นักกิจกรรมเยาวชนอีกสิบคนก็ได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน
  14. ดร.โฮมา ฮูดฟาร์, อิหร่าน/แคนาดา – ได้รับอิสรภาพ กันยายน 2559
    ศาสตราจารย์ด้านมานุษยวิทยาและนักกิจกรรมเพื่อสิทธิสตรีได้รับอิสรภาพและเดินทางกลับแคนาดาโดยสวัสดิภาพ หลังถูกจับในอิหร่านขณะทำงานวิจัยพร้อมกับชาวต่างชาติเชื้อสายอิหร่านคนอื่นๆ อีกสามคน
  15. ผู้ประท้วงอย่างสงบ 31 คน ในแกมเบีย – ได้รับการประกันตัว ธันวาคม 2559
    หนึ่งในกลุ่มผู้ประท้วงอย่างสงบที่ถูกจับคือผู้นำฝ่ายค้าน โอซายโน ดาร์โบ แอมเนสตี้และผู้สนับสนุนได้พยายามช่วยเหลือพวกเขาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งพวกเขาได้รับการประกันตัวหลังจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดอำนาจของผู้นำเผด็จการ


    ๐ คุณช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากสถานการณ์อันโหดร้ายทารุณ
  16. 293 คนถูกปล่อยตัวจากสถานกักกันที่ใช้ความรุนแรงในอิรัก
    ในเดือนพฤษภาคม 2559 นักวิจัยแอมเนสตี้ได้เข้าตรวจสอบสถานกักกันแห่งหนึ่งในเมืองอันบาร์ โดยเราพบว่ามีผุ้คนราว 700 คนถูกกักขังโดยไม่มีการตั้งข้อหาในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายทารุณ เพียงเพราะทางการสงสัยว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่ม IS เราได้เผยแพรข้อมูลการค้นพบดังกล่าวและได้เข้าพบนายกรัฐมนตรีอิรักหลายครั้ง จนกระทั่งมีผู้ได้รับการปล่อยตัว 293 คน
  17. ชาวไนจีเรีย 100 คนได้รับอิสรภาพจากความโหดร้ายทารุณของกองทัพ
    ในเดือนเดียวกันนั้น แอมเนสตี้ได้เผยแพร่ข้อมูลการเสียชีวิตของชาวไนจีเรีย 149 คนสถานกักกันของกองทัพไนจีเรีย การเสียชีวิตมีสาเหตุทั้งจากการขาดอาหาร การขาดน้ำ และโรคต่างๆ โดยมีทารกและเด็กรวมอยู่ด้วย และแม้ว่าทางการไนจีเรียจะปฏิเสธข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขัง 100 คนทันทีหลังจากการเผยแพร่รายงานของแอมเนสตี้


    ๐ คุณช่วยเราเปิดโปงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและนำคนผิดมาลงโทษ
  18. วงการกีฬาโลกหันมาใส่ใจการละเมิสดิทธิมนุษยชนอย่างจริงจังมากขึ้น
    ในเดือนมีนาคม แอมเ​นสตี้ได้เปิดโปงการกดขี่แรงงานข้ามชาติอย่างไม่เป็นธรรมในการสร้างสนามฟุตบอลโลกปี 2565 ที่การ์ตา การสืบสวนของแอมเนสตี้และแรงกดดันจากผู้สนับสนุนของเราทั่วโลกทำให้ผู้รับเหมาสองแห่งยอมคืนหนังสือเดินทางให้กับลูกจ้าง และบริษัทอีกแห่งหนึ่งถูกระงับโครงการนานหกเดือน ด้านสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือฟีฟ่า (FIFA) ประกาศจะตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อจับตาสถานการณ์ เช่นเดียวกับสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (IAAF) ที่จะใช้กาตาร์เป็นเจ้าภาพรายการชิงแชมป์โลกในปี 2562 ก็ประกาศว่าจะพิจารณาข้อค้นพบจากรายงานของเราเช่นกัน


     
  19. อดีตประธานาธิบดีชาดถูกตัดสินจำคุกในฐานะอาชญากรสงคราม
    ฮิสเซเน ฮาเบร อดีตประธานาธิบดีชาดช่วงปี 2525-2533 ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 ในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงคราม การทรมาน การล่วงละเมิดทางเพศ ฯลฯ ระหว่างที่อยู่ในอำนาจ โดยหลักฐานบางส่วนที่ถูกใช้ในคำตัดสินดังกล่าวมาจากรายงานหลายชิ้นของแอมเนสตี้ช่วงทศวรรษที่ 1980


    ๐ คุณให้โอกาสพวกเขาได้มีชีวิตอยู่ต่อไป
  20. เยาวชนอิหร่านรอดพ้นจากการประหารชีวิต
    อลีเรซา ทาจิกิ เป็นเยาวชนชาวอิหร่านที่มีกำหนดถูกประหารชีวิตอย่างโหดร้ายช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่จากการรณรงค์เชิงนโยบายและกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียผ่านแฮชแท็ก #SaveAlireza ในที่สุดการประหารดังกล่าวก็ถูกยกเลิก อย่างไรก็ตาม เขายังตกอยู่ในอันตรายและแอมเนสตี้ยังคงเรียกร้องให้อิหร่านยกเลิกโทษประหารชีวิตต่อเขา
  21. การประหารชีวิตในมัลดีฟส์และอินโดนีเซียถูกระงับ
    แรงสนับสนุนของคุณในแคมเปญยุติโทษประหารชีวิตเกิดผลชัดเจนในมัลดีฟส์และอินโดนีเซีย โดยในเดือนกรกฎาคม 2559 เราได้หยุดยั้งแผนของทางการมัลดีฟส์ที่จะรื้อฟื้นการประหารชีวิตครั้งแรกในรอบกว่า 60 ปี อีกทั้งยังช่วยชะลอไม่ให้อินโดนีเซียประหารนักโทษที่ถูกตัดสินอย่างไม่เป็นธรรมในคดียาเสพติดจำนวน 14 คน แม้ว่าสี่คนในนั้นจะถูกประหารชีวิตในที่สุด แต่การประหารของอีกสิบคนที่เหลือถูกระงับชั่วคราว โดยทางการอินโดนีเซียสัญญาว่าจะตรวจสอบการดำเนินคดีของพวกเขาใหม่
  22. เด็กหญิงวัยสิบขวบชาวซีเรียได้รับการผ่าตัดช่วยชีวิต
    ในเดือนสิงหาคม แรงกดดันจากผู้สนับสนุนแอมเนสตี้ทั่วโลกและองค์กรอื่นๆ ในที่สุดเด็กหญิงวัยสิบขวบชาวซีเรีย จีน่า อาห์เหม็ด วาดี ซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากสงครามก็ถูกนำตัวไปผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตแล้ว โดยเธอถูกยิงที่ขาโดยสไนเปอร์ของกองทัพซีเรียขณะเดินไปซื้อยาให้แม่ของเธอ


    ๐ แรงสนับสนุนของคุณช่วยเปลี่ยนกฎหมายใน 40 ประเทศ
  23. บูร์กินาฟาโซจัดการกับปัญหาการบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร
    เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ในที่สุดรัฐบาลบูร์กินาฟาโซได้ให้สัญญาว่าจะกำจัดวัฒนธรรมการบังคับให้เด็กผู้หญิงแต่งงานก่อนวัยอันควรในประเทศให้หมดไป โดยมีแผนจะกำหนดให้อายุ 18 ปีเป็นอายุขั้นต่ำที่จะสามารถแต่งงานได้ตามกฎหมาย ความก้าวหน้านี้เป็นผลมาจากความร่วมมือของคุณในแคมปญ My Body My Rights และ Write for Rights รัฐมนตรียุติธรรมของบูร์กินาฟาโซกล่าวว่า “มันน่าประทับใจมากที่แอมเนสตี้เรียกร้องรัฐบาลในประเด็นการบังคับแต่งงานและการแต่งงานก่อนวัยอันควร ด้วยวิธีการส่งจดหมายและโปสการ์ดหมายหลายแสนฉบับ”
  24. กฎหมายใหม่คุ้มครองคนผิวเผือกในมาลาวี
    จากการร่วมลงชื่อของผู้สนับสนุนแอมเนสตี้กว่า 225,000 คน เพื่อเรียกร้องให้ทางการมาลาวีปกป้องคนผิวเผือกจากการสังหารและตัดอวัยวะเอาไปขาย ในที่สุดทางการมาลาวีได้แก้กฎหมายสองฉบับเมื่อเดือนกันยายน 2559 เพื่อให้คุ้มครองและปกป้องคนผิวเผือกจากความรุนแรงดังกล่าว ตลอดจนกำหนดโทษรุนแรงต่อผู้ก่อเหตุ

     
  25. ความพยายามยุติการทรมานยังเดินหน้าต่อไป
    ความพยายามของคุณในการหยุดยั้งการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐช่วยให้เกิดการพัฒนาเชิงบวกในหลายประเทศ เริ่มตั้งแต่ประเทศกินีซึ่งทำให้การทรมานอา๙ยากรรม โตโกซึ่งแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้นเพื่อยุติการทรมาน ตามมาด้วยแคนาดาที่ประกาศลงนามในพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (OPCAT) ขณะที่ในฟิลิปปินส์มีการตัดสินลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุทรมานผู้ต้องสงสัย ซึ่งถือเป็นการลงโทษด้วยกฎหมายต่อต้านการทรมานเป็นครั้งแรก โดยกฎหมายนี้มีแอมเนสตี้เป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันและเพิ่งบังคับใช้ได้ไม่กี่ปี

     
  26. สิทธิชนพื้นเมืองในแคนาดาก้าวหน้ามากขึ้น
    ในเดือนสิงหาคม 2559 ทางการแคนาดาเริ่มการสืบสวนอย่างอิสระต่อกรณีผู้หญิงและเด็กหญิงพื้นเมืองสูญหายหรือถูกฆาตกรรม การสืบสวนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากแอมเนสตี้และกลุ่มชนพื้นเมืองในแคนาดาได้ร่วมกันรณรงค์ในประเด็นนี้มานานกว่าทศวรรษ
  27. กฎหมายใหม่ป้องกันและปราบปรามการอุ้มหายในเปรู
    ครอบครัวและเพื่อนของผู้ถูกอุ้มหายจำนวนมากในเปรูอาจได้รับความยุติธรรมในที่สุด หลังกฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่มิถุนายน ซึ่งเป็นผลจากการรณรงค์อย่างต่อเนื่องของแอมเนสตี้ในเปรูเพื่อถามหาความยุติธรรมให้กับผู้ที่สูญหายหรือถูกลักพาตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มติดอาวุธในความขัดแย้งที่ยาวนานกว่า 20 ปี
  28. เยาวชนพื้นเมืองในออสเตรเลียได้รับความยุติธรรมในที่สุด
    กว่าห้าศตวรรษที่เด็กชายพื้นเมืองวัย 17 ปีในรัฐควีนส์แลนด์ของออสเตรเลียไม่ได้รับความยุติธรรม แต่เผยแพร่รายงานและการณรงค์ของเรา ตลอดจนทุกแรงสนับสนุนจากคุณ เขาจะไม่ถูกคุมขังในคุกผู้ใหญ่และไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ใหญ่อีกต่อไป ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ
  29. ความก้าวหน้าครั้งสำคัญของสิทธิคนข้ามเพศในเดนมาร์กและนอร์เวย์
    มิถุนายน 2559 ทางการนอร์เวย์ผ่านกฎหมายใหม่ให้คนข้ามเพศสามารถเปลี่ยนเพศทางกฎหมายได้ด้วยขั้นตอนที่รวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น จากเดิมที่ต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยากและมาตรการภาคบังคับมากมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนข้ามเพศ ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน รัฐสภาเดนมาร์กยุติการระบุว่าคนข้ามเพศเป็นผู้มีอาการป่วยทางจิต
  30. การขนส่งระเบิดลูกปรายไปซาอุดีอาระเบียถูกระงับ
    ผู้คนทั่วโลกร่วมรณรงค์เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงผลกระทบที่ร้ายแรงของระเบิดลูกปลาย (custer bomb) ที่กองทัพซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรใช้โจมตีกองกำลังกบฏในเยเมน และเนื่องจากระเบิดลูกปรายดังกล่าวผลิตในสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และบราซิล ทางการสหรัฐฯ ได้ระงับการขนส่งรอาวุธดังกล่าวไปยังซาอุดีอาระเบียแล้ว และล่าสุด ซาอุดีอาระเบียระบุว่าจะเลิกใช้ระเบิดลูกปรายที่ผลิตในสหราชอาณาจักร ขณะที่แอมเนสตี้ยังคงเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธดังกล่าวในทุกกรณี

     
  31. จำนวนประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตเพิ่มขึ้น
    สังคมโลกยังเดินหน้าไปสู่การยกเลิกประหารชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนาอูรูกลายเป็นประเทศที่ 103 ที่ยุติการใช้โทษประหารชีวิตกับอาชญากรรมทุกประเภทเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 และกินีที่มีการเสนอกฎหมายเพื่อยกเลิกโทษประหารชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
  32. EU ยอมปิดช่องโหว่การซื้อขายอุปกรณ์การทรมาน
    จากการรรงค์นานหลายปีของแอมเนสตี้ร่วมกับมูลนิธิวิจัยโอเมก้า ส่งผลให้สหภาพยุโรป (EU) ต้องเพิ่มมาตราการที่เข้มงวดมากขึ้นต่อการซื้อขายอุปกรณ์ที่ถูกนำไปใช้เพื่อการทรมานและการประหารชีวิต โดยมาตราการดังกล่าวจะมีผลทางกฎหมายต่อประเทศสมาชิก EU ทุกประเทศ 
  33. พลังผู้หญิงโปแลนด์หยุดกฎหมายแบนการทำแท้ง
    ผู้หญิงในโปแลนด์จำนวนมากออกมารวมตัวประท้วงอย่างสงบบนท้องถนนเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อคัดค้านการเสนอกฎหมายแบนการทำแท้ง ทั้งๆ ที่การทำแท้งในโปแลนด์นั้นมีข้อจำกัดทางกฎหมายมากมายอยู่แล้ว โดยแอมเนสตี้ได้ร่วมแสดงจุดยืนร่วมกับกลุ่มผู้ประท้วงด้วย ในที่สุด ทางการโปแลนด์ได้หยุดเดินหน้าการเสนอกฎหมายดังกล่าว ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์สำหรับสิทธิสตรีในโปแลนด์


ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงกับเราในปี 2560 ที่กำลังจะมาถึงและในปีต่อๆ ไปหรือไม่? หากสนใจเป็นส่วนหนึงกับเรา สามารถ คลิ้กที่นี่ เพื่อร่วมบริจาคสนับสนุนการทำงานของเรา หรือติดตามข่าวสารของเราได้ผ่าน เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์