แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้ว่าการรัฐที่มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ ตระหนักถึงพันธกิจในการเคารพ คุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้บันทึกความเสียหายด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานในระหว่างการดำรงตำแหน่งในสมัยที่แล้วของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งรวมถึงความพยายามที่จะกำหนดนิยามใหม่ของสิทธิมนุษยชน และเราพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกช่วงเวลาของการดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของเขา
พอล โอไบรเอน ผู้อำนวยการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐฯ เผยว่าการดำรงตำแหน่งในสมัยแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ มาพร้อมกับนโยบายที่แฝงไปด้วยอคติ ความรังเกียจคนต่างชาติ และวาทกรรมที่สุดโต่งของแนวคิดคนผิวขาวเป็นใหญ่ ที่ส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง”
“สมัยที่สองจะต้องเป็นไปในทิศทางที่ต่างออกไป และแอมเนสตี้จะยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชนของทุกคนอย่างต่อเนื่อง”
การปกป้องสิทธิมนุษยชนในสหรัฐอเมริกา หมายถึงการยุติความรุนแรงจากอาวุธปืนและการพัฒนาระบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับทุกคน รวมทั้งการทำแท้ง และหมายถึงการเคารพสิทธิของผู้ชุมนุมประท้วง รวมทั้งผู้อพยพเข้าเมืองและผู้ขอลี้ภัย การปกป้องสิทธิมนุษยชนยังหมายถึงการเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และประกันว่าการสนับสนุนของสหรัฐฯ จะไม่มีส่วนสนับสนุนการละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม
“รัฐบาลทรัมป์และเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งทุกคน ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ตามที่กำหนดในสนธิสัญญาซึ่งสหรัฐฯ ได้ลงนามและให้สัตยาบันรับรอง”
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ยินดีกับการที่รัฐต่างๆ สามารถผ่านการรับรองกฎหมายคุ้มครองการเข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ได้ในแปดจาก 11 รัฐที่มีการลงประชามติ รวมถึงรัฐแอริโซนา มิสซูรี มอนทานา และเนบราสกา
“การรับรองกฎหมายจากการทำประชามติระดับรัฐเพื่อคุ้มครองสิทธิในการยุติการตั้งครรภ์ถือเป็นชัยชนะด้านสิทธิมนุษยชน” โอไบรเอนกล่าว
ในช่วงก่อนสิ้นสุดวาระ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังคงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดนดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนโดยเร่งด่วน รวมถึงการยุติโทษประหารชีวิตสำหรับนักโทษ การจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจ่ายค่าชดเชยผู้ที่เคยถูกบังคับใช้แรงงาน การยกเลิกข้อห้ามการลี้ภัย การลดโทษและปล่อยตัวเลียวนาร์ด เพลเทียร์ และการสั่งปิดสถานกักตัวที่อ่าวกวนตานาโม
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังคงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีไบเดน ยุติการส่งมอบอาวุธให้กับรัฐบาลอิสราเอลทันที เพื่อคุ้มครองพลเรือน และเพื่อประกันว่าอาวุธของสหรัฐฯ จะไม่ถูกใช้เพื่อละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีไบเดนและรัฐสภาชุดปัจจุบันต้องดำเนินการทุกอย่างตามอำนาจของตน เพื่อให้มีการหยุดยิงทันทีและอย่างถาวร ให้มีการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยไม่มีการปิดกั้น และตัวประกันทุกคนจะต้องถูกปล่อยตัวและเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแอมเนสตี้
บริจาคสนับสนุนแอมเนสตี้


