ศาลญี่ปุ่นได้ตัดสินให้ “อิวาโอะ ฮากามาดะ” พ้นผิดในคดีฆาตกรรมหมู่ หลังจากที่เขาต้องโทษประหารชีวิตนานกว่า 45 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานที่สุดในโลก โดยส่วนใหญ่เขาถูกขังเดี่ยวในระหว่างการต้องโทษ การตัดสินครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงประเด็นเกี่ยวกับความยุติธรรมในระบบกฎหมายและการดำเนินคดีในญี่ปุ่น
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยินดีอย่างยิ่งกับคำตัดสินของศาลที่ยกฟ้องอิวาโอะ ฮากามาดะ ซึ่งต้องทนทุกข์จากการถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรมเป็นเวลากว่า 45 ปีในคดีฆาตกรรม และต้องรอการพิจารณาคดีใหม่อีก 10 ปี คำตัดสินนี้ยืนยันถึงความอยุติธรรมที่เขาต้องเผชิญตลอดชีวิต และสะท้อนถึงพลังของการต่อสู้ที่ไม่ลดละ ซึ่งนำโดย “ฮิเดโกะ” พี่สาวของเขา พร้อมด้วยผู้สนับสนุนที่ยืนเคียงข้างเขาเสมอมาก
“ทางการญี่ปุ่นควรพิจารณาทบทวนโทษประหารชีวิตทั้งหมด โดยเฉพาะในกรณีที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับความบกพร่องทางจิตใจและสติปัญญาของผู้ต้องโทษ การยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างถาวรเป็นวิธีเดียวที่จะรับประกันว่าไม่เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรงซ้ำอีก และไม่มีใครต้องสูญเสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจะยังคงผลักดันการยกเลิกโทษประหารชีวิต และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อสร้างความยุติธรรมและความเสมอภาคสำหรับทุกคน”
อิวาโอะ ฮากามาดะถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2511 หลังจากถูกกล่าวหาว่าสังหารหมู่นายจ้าง ภรรยา และลูกสองคนของครอบครัวในปี 2509 ขณะทำงานในโรงงานผลิตมิโสะ โดยเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตทั้ง 4 คน ในบ้านที่ถูกเผา และทั้งหมดเสียชีวิตจากการถูกแทงหลายสิบแผล พร้อมเงินสดประมาณ 200,000 เยนที่หายไป
แม้อิวาโอะ ฮากามาดะจะปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่เขาถูกคุมขังและทรมานเพื่อให้รับสารภาพ ในที่สุดเขา “รับสารภาพ” หลังจากถูกสอบปากคำเป็นเวลา 20 วัน แต่ต่อมาถอนคำรับสารภาพในระหว่างการพิจารณาคดี โดยอ้างว่าตำรวจได้ใช้ความรุนแรงและข่มขู่เขา
ในเดือนมีนาคม 2557 อิวาโอะ ฮากามาดะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำเมื่อศาลแขวงชิซูโอกะอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ หลังจากมีหลักฐานดีเอ็นเอใหม่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความผิดของเขา แม้ว่าเขายังคงถูกตัดสินโทษประหารชีวิตอยู่
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ศาลจังหวัดชิซูโอกะตัดสินให้อิวาโอะ ฮากามาดะพ้นผิดในคดีฆาตกรรมหมู่ หลังจากต้องเผชิญโทษประหารนานถึง 46 ปี โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ปลอมแปลงหลักฐาน
หนึ่งในประเด็นที่ถกเถียงในการพิจารณาคดีใหม่คือสีของคราบเลือดบนเสื้อผ้า 5 ชิ้นที่พบในถังมิโซะใกล้กับสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งผ่านไป 14 เดือนหลังการฆาตกรรม ศาลสรุปว่า คราบเลือดสีแดงไม่สามารถติดอยู่บนเสื้อผ้าได้หลังจากถูกฝังไว้ใต้เต้าหู้เป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่สืบสวนจึงคาดว่าได้ลอบเอาเสื้อผ้าไปไว้ในถังหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว และในที่สุดศาลจึงตัดสินให้เขาพ้นผิด
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลคัดค้านโทษประหารชีวิตทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น แต่การต่อต้านโทษประหารไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่รับผิดชอบต่อผู้กระทำผิด เราเข้าใจถึงความเจ็บปวดของเหยื่ออาชญากรรมรุนแรงและครอบครัวของพวกเขา พร้อมทั้งยอมรับบทบาทสำคัญของรัฐบาลในการคุ้มครองสิทธิของเหยื่อเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเชื่อว่าการลงโทษที่เหมาะสมควรมาจากกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรม โดยไม่ใช้โทษประหารชีวิต ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ นั่นคือสิทธิในการมีชีวิต ซึ่งได้รับการรับรองตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการยุติโทษประหารชีวิตได้ที่: https://bit.ly/4gHwv1t
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก ไทยพีบีเอส


