Amnesty International
พอดแคสต์ใหม่ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลที่ชื่อว่า “On the Side of Humanity” ซึ่งตอนนี้อยู่ในซีซันที่สอง จะพาผู้ฟังไปพบกับนักปกป้องสิทธิการทำแท้งที่เปิดเผยประสบการณ์จากการทำงานในด้านการดูแลสุขภาพเพื่อรักษาชีวิต แต่ต้องเผชิญกับความรุนแรง การกดขี่ และการตีตรา
พอดแคสต์นี้จะมีทั้งหมดสามตอน มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 28 กันยายน ซึ่งตรงกับ “วันยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยสากล” (International Safe Abortion Day) โดยจะสามารถฟังได้ผ่านแอปพอดแคสต์ชั้นนำ เรื่องราวจะถ่ายทอดจากบุคลากรทางการแพทย์และนักกิจกรรมที่ทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของผู้หญิง เด็กหญิง และบุคคลที่สามารถตั้งครรภ์ได้ เพื่อให้พวกเขามีอำนาจควบคุมร่างกายตนเองและได้รับการดูแลด้านสุขภาพที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด แต่ละตอนจะมีความยาวประมาณ 30 นาที
เฟอร์มันดา ดอซ คอสตา ผู้อำนวยการแผนงานด้านเพศสภาพ ความยุติธรรมทางเชื้อชาติ ผู้อพยพ และผู้ลี้ภัยของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัย แต่เนื่องจากการสร้างเรื่องราวต่อต้านการทำแท้งและการออกกฎหมายที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก บุคคลที่จำเป็นต้องทำแท้งหรือผู้ที่ให้ความช่วยเหลือในการทำแท้งต้องเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อชีวิตของตนเองมากขึ้น
“ผู้ที่ปกป้องสิทธิการทำแท้ง รวมทั้งผู้ให้บริการสุขภาพที่จำเป็น ทั้งที่เป็นพยาบาล หมอตำแย แพทย์ รวมทั้งนักกิจกรรมที่ช่วยจัดส่งยายุติการตั้งครรภ์ ต้องเผชิญกับการตีตรา การข่มขู่ การโจมตี และการดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม ทำให้การทำงานของพวกเขายากลำบากและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องเผยแพร่เรื่องราวของพวกเขาผ่านพอดแคสต์ใหม่ของแอมเนสตี้ เพื่อให้กำลังใจกับพวกเขาตามที่สมควรจะได้รับ”
พอดแคสต์ยังมีเรื่องราวของผู้ที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะช่วยเหลือผู้ที่จำเป็นต้องทำแท้ง เช่น วาเนสซา โรซาเลส ครูและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวเวเนซุเอลา ที่ช่วยนักเรียนวัย 13 ปีจากการข่มขืนให้เข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัย วาเนสซาเล่าว่า “พวกเขาบุกมาที่บ้านของดิฉันและยึดอุปกรณ์ตัดขนสัตว์เลี้ยง พร้อมกับกรรไกรไป” ใช้เป็นหลักฐานกล่าวหาว่าเธอเปิดคลินิกทำแท้งเถื่อน ทั้งเธอและแม่ของเด็กถูกจับกุม ซึ่งแม่ของเด็กอาจถูกจำคุกสูงสุด 5 ปี ขณะที่วาเนสซาอาจถูกจำคุกถึง 15 ปี
นอกจากเรื่องราวของวาเนสซาแล้ว พอดแคสต์ยังนำเสนอเรื่องราวของนักปกป้องสิทธิการทำแท้งคนอื่น เช่น เวโรนิกา ครูซ ซานเชส ผู้ก่อตั้งองค์กร Las Libres องค์กรสตรีนิยมในเม็กซิโกที่ประสานเครือข่ายนักกิจกรรมกล้าหาญที่จัดส่งยายุติการตั้งครรภ์ให้ผู้หญิงในสหรัฐฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย, ซิลเวีย ฮามาตา หมอตำแยจากนามิเบีย ที่รณรงค์ให้เข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัยและต่อสู้กับการตีตราเกี่ยวกับการทำแท้งในประเทศของเธอ, อิสเบล สเตไบล์ สูตินรีแพทย์และศาสตราจารย์ด้านการแพทย์จากมอลตา,
นอกจากวาเนสซา พอดแคสต์ยังนำเสนอเรื่องราวของนักปกป้องสิทธิการทำแท้งคนอื่น ๆ เช่น เวโรนิกา ครูซ ซานเชส ผู้ก่อตั้งองค์กร Las Libres ในเม็กซิโก ที่ประสานเครือข่ายนักกิจกรรมในการจัดส่งยายุติการตั้งครรภ์ให้ผู้หญิงในสหรัฐฯ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซิลเวีย ฮามาตา หมอตำแยจากนามิเบีย ที่รณรงค์ให้เข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัย อิสเบล สเตไบล์ สูตินรีแพทย์จากมอลตา สเตฟานี วิลแมน บอร์แดต นักกิจกรรมด้านสิทธิทางเพศสภาพที่ทำงานร่วมกับแอมเนสตี้ และศาสตราจารย์สะพารัตนัม อรุลกุมารัน สูตินรีแพทย์ระดับโลกและอดีตประธาน FIGO (International Federation of Gynaecology and Obstetrics) รวมถึงแอกเนส คาลามาร์ด เลขาธิการ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลด้วย
การเอาผิดทางอาญากับการทำแท้งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยประมาณ 35 ล้านครั้งต่อปี ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องเผชิญกับความขัดแย้งทางจริยธรรมระหว่างการให้การดูแลที่ดีที่สุดและการเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดี
เฟอร์มันดา ดอซ คอสตา กล่าวว่างานวิจัยที่ผ่านมาหลายทศวรรษแสดงให้เห็นว่า อำนาจในการควบคุมการเจริญพันธุ์และการตัดสินใจด้านสิทธิอนามัยเจริญพันธุ์มีผลกระทบต่อทุกแง่มุมของชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุความเท่าเทียมระหว่างเพศและความยุติธรรมทางสังคม เชื้อชาติ เพศสภาพ และเศรษฐกิจ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงจัดทำการรณรงค์ระดับโลกเพื่อสนับสนุนสิทธิการทำแท้ง และเรียกร้องให้รัฐต่างๆ ปฏิบัติตามพันธกรณีในการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงการทำแท้งที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับบุคคลทุกคน รวมถึงการเคารพและคุ้มครองสิทธิของบุคคลทุกคนที่ปกป้องสิทธิการทำแท้ง” เฟอร์มันดา ดอซ คอสตากล่าว
สามารถรับฟัง “On the Side of Humanity” ซีซันสองได้ทาง Spotify, Apple และ Deezer.


