แอมเนสตี้ ประเทศฟิลิปปินส์ แอมเนสตี้ ประเทศไทย และสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ESEAPRO) ได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชุม Asia Pacific Regional Internet Forum (APrIGF) แอมเนสตี้ ประเทศฟิลิปปินส์, แอมเนสตี้ ประเทศไทย และสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ESEAPRO) ร่วมกับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้เข้าร่วมและอภิปรายในการประชุม Digital Rights in Asia-Pacific Assembly ซึ่งจัดโดย EngageMedia ที่ไทเป ไต้หวัน ระหว่างวันที่ 18 ถึง 19 สิงหาคม พ.ศ. 2567และเข้าร่วมในการประชุม Asia Pacific Regional Internet Governance Forum (APrIGF) ด้วย โดยได้ร่วมกันจัดหนึ่งในวงเสวนาเพื่ออภิปรายในข้อ “Online harassment against youth human rights defenders: Voices from the Philippines and Thailand” ที่ Digital Rights Asia Pacific (DRAPAC) โดยมีนักวิจัยจากประเทศฟิลิปปินส์และประเทศไทย รวมถึงนักปกป้องสิทธิไทยร่วมเสวนาเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2567
APrIGF ก่อตั้งขึ้นหลังจากเวทีอินเทอร์เน็ตภิบาล หรือ Internet Governance Forum (IGF) ซึ่งเป็นกิจกรรมของสหประชาชาติที่เริ่มต้นด้วยการเป็นพื้นที่ระดับโลกสำหรับการสนทนานโยบายเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอภิบาลอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน ความแข็งแกร่ง ความปลอดภัย ความมั่นคง และการพัฒนาอินเทอร์เน็ต แนวทาง IGF เป็นฟอรัมเปิดสำหรับการแบ่งปันความรู้ระหว่างผู้มีส่วนได้เสียข้ามพรมแดน ซึ่งจะช่วยในการพัฒนานโยบายในระดับท้องถิ่น
APrIGF ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับการอภิปราย และความร่วมมือในระดับภูมิภาค รวมไปถึงอาจมีการรวบรวมการอภิปรายของ IGF ในระดับชาติ โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนาการปกครองอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นักวิจัยของโครงการ RightUp แนะนำโครงการ RightUp ซึ่งเป็นการวิจัยที่นำโดยเยาวชนที่ใช้แนวทางการมีส่วนร่วม ขึ้นเวทีอภิปรายถึงผลการศึกษาเบื้องต้นภายใต้โครงการ RightUp ในฟิลิปปินส์เกี่ยวกับผลกระทบของการคุกคามออนไลน์ต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเยาวชน
ชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยระดับภูมิภาคประจำประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้นำเสนอผลการศึกษาในรายงาน “Being Ourselves Is Too Dangerous” โดยระบุข้อค้นพบหลักเกี่ยวกับรูปแบบของการคุกคามออนไลน์ รวมถึงการพุ่งเป้าสอดแนมทางดิจิทัล โดยเฉพาะสปายแวร์เพกาซัส และการคุกคามในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงอภิปรายผลกระทบของสิ่งเหล่านี้ต่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทย
ด้าน นิราภร อ่อนขาว หรือ “บี๋” นักปกป้องสิทธิมนุษยชนเยาวชนชาวไทย ผู้ได้รับเลือกให้เป็น Digital Rights Champion ได้แบ่งปันประสบการณ์ของเธอในฐานะผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิงที่เผชิญกับข้อกล่าวหาจากรัฐและความรุนแรงทางเพศที่เกิดจากเทคโนโลยีในประเทศไทย เธอยังเล่าถึงผลกระทบของการคุกคามออนไลน์ในรูปแบบของการพุ่งเป้าสอดแนมทางดิจิทัลและการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อรับรู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเธอ ซึ่งข้อมูลของเธออาจถูกเปิดเผยเพื่อทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งเธอรู้สึกว่าผลกระทบเหล่านี้ในฐานะผู้หญิงจะต่างจากผู้ชายตามบริบทของไทย เพราะในสังคมไทยผู้หญิงมักจะถููกตีตรามากกว่าผู้ชายในข่าวที่มีลักษณะอื้อฉาว
แม้เธอจะได้รับผลกระทบจากการเคลื่อนไหวในประเทศไทย เธอได้มีส่วนร่วมผลักดันสิทธิทางดิจิทัลในฐานะหนึ่งใน Digital Rights Champion ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 และได้เข้าร่วมกิจกรรมของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่เจนีวาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งมีการนำเสนอของรายงานของสหประชาชาติเกี่ยวกับผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนเด็กและเยาวชนจาก แมรี ลอว์เลอร์ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนอีกด้วย
นอกจากการได้เข้าร่วมและแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองแล้ว ทั้งนักวิจัย นักปกป้องสิทธิมนุษยชนไทย ยังได้รับฟังประสบการณ์จากนักปกป้องสิทธิฯ จากประเทศอื่นๆ ทั้งในแง่ของการทำงานและการหาแนวทางการแก้ไขปัญหาในการสนับสนุนการทำงานด้านสิทธิทางดิจิทัล และยังมีกิจกรรมที่น่าประทับใจคือ ห้องกิจกรรมที่บอกเล่าประสบการณ์จากประเทศเมียนมาร์ เนื่องจากได้รับฟังจากคนที่อยู่ในกลุ่มต่อต้านโดยตรง ทำให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมทั้งได้พบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างนักกิจกรรมเยาวชน ทำให้สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำงานประสานกันในระดับสากลได้


