Amnesty International

ซีเรีย: สหรัฐฯ ต้องให้การสนับสนุนผู้คนหลายพันคนที่ติดค้างอยู่ในสภาพเลวร้ายในค่ายผู้ลี้ภัยรุกบาน
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาเร่งดำเนินการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้พลัดถิ่นชาวซีเรียกว่า 8,000 ชีวิต ที่กำลังเผชิญกับสภาวะยากลำบากในค่ายผู้ลี้ภัยรุกบาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณรอยต่อชายแดนระหว่างซีเรีย จอร์แดน และอิรัก ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของกองทัพสหรัฐฯ
สถานการณ์ในค่ายรุกบานทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำดื่มที่สะอาด และการรักษาพยาบาล ผู้ลี้ภัยต้องพึ่งพาการลักลอบขนส่งสิ่งของเข้าค่าย เพราะการปิดล้อมอย่างเข้มงวดจากรัฐบาลซีเรียนับตั้งแต่ปี 2558 ส่งผลให้สภาพความเป็นอยู่ที่เลวร้ายอยู่แล้วยิ่งทรุดโทรมลงไปอีกในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
การปิดล้อมดังกล่าวทำให้การเข้าถึงความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือจากสหประชาชาติครั้งล่าสุดที่สามารถเข้าถึงค่ายได้เกิดขึ้นเมื่อเกือบ 5 ปีที่แล้ว ในเดือนกันยายน 2562 สถานการณ์ปัจจุบันจึงยิ่งท้าทายต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในค่ายอย่างที่สุด
อ่านต่อ: https://bit.ly/3ZJerOA
—–

อเมริกาใต้: ไฟป่าที่ทำลายสถิติในอเมริกาใต้ต้องการการรับมือแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน 2567 อเมริกาใต้ต้องเผชิญกับไฟป่าขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เผาผลาญพื้นที่ป่าหลายล้านเฮกตาร์ในลุ่มน้ำอเมซอนและระบบนิเวศอื่นๆ ครอบคลุมหลายประเทศ อาทิ บราซิล โบลิเวีย และปารากวัย โดยแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ผู้นำประเทศในภูมิภาคนี้เพิ่มความพยายามในการต่อสู้กับไฟป่าอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งดำเนินนโยบายที่มุ่งปกป้องสิทธิของนักปกป้องสิ่งแวดล้อมและชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภัยพิบัติครั้งนี้
ผลกระทบจากไฟป่าครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังสร้างความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ด้วย องค์กรสิทธิมนุษยชนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงผู้นำประเทศในภูมิภาค เรียกร้องให้มีการตอบสนองที่ครอบคลุมมากกว่าการจัดการไฟป่าในระยะสั้น โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ซึ่งรวมถึงการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและการปกป้องดินแดนของชนพื้นเมือง ผู้ซึ่งอยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้กับการทำลายป่า
อ่านต่อ: https://bit.ly/3zFsn1u
—–

อิสราเอล: ทางการอิสราเอลสั่งปิดสำนักงานอัลจาซีร่าในรามัลเลาะห์ คุกคามเสรีภาพของสื่อ
ทางการอิสราเอลได้ดำเนินการบุกค้นและสั่งปิดสำนักงานของสำนักข่าวอัลจาซีร่าในเมืองรามัลลอฮ์เป็นระยะเวลา 45 วัน การกระทำดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลมองว่าเป็นการโจมตีสิทธิในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชนในพื้นที่ยึดครอง สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลอิสราเอลในการปิดกั้นการรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในดินแดนปาเลสไตน์
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ นักข่าวจำนวนมากต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่สำคัญเพื่อตรวจสอบและรายงานข่าวเกี่ยวกับการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ การปิดสำนักงานของอัลจาซีร่าในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการปราบปรามเสรีภาพของสื่อในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
อ่านต่อ: https://bit.ly/3XOIQZd
—–
ฮ่องกง: นักข่าว Stand News สองคนถูกตัดสินจำคุกในข้อหา “ปลุกระดม”
อดีตบรรณาธิการของ Stand News สื่อดิจิทัลชื่อดังในฮ่องกง ถูกศาลตัดสินจำคุกในข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” หลังจากการเผยแพร่บทความที่ถูกรัฐบาลจีนกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความไม่สงบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทางการฮ่องกงยุติการใช้กฎหมายในการปราบปรามเสรีภาพสื่อ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน
Stand News ซึ่งเคยเป็นสำนักข่าวที่มีบทบาทสำคัญในการนำเสนอข่าวสารและบทความที่มุ่งเน้นความจริงและความเป็นธรรม ได้ถูกบังคับให้ปิดตัวลงหลังจากการบุกตรวจค้นของกองกำลังตำรวจฮ่องกงในปี 2564 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทางการฮ่องกงยกเลิกโทษจำคุกของอดีตบรรณาธิการทั้งสองคนและปล่อยตัวพวกเขาโดยทันที
อ่านต่อ: https://bit.ly/3zBWp6e
—–
เลบานอน: ความกังวลด้านความปลอดภัยของพลเรือนเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการสู้รบระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์
สถานการณ์ในเลบานอนทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดการปะทะกันระหว่างกองกำลังอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อจำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพลเรือนจำนวนมากต้องเผชิญกับการโจมตีทางอากาศและการทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ส่งผลให้เกิดการพลัดถิ่นของประชากรมากกว่า 500,000 คนในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด และหลีกเลี่ยงการใช้กำลังต่อพลเรือนอย่างไม่ชอบธรรม นอกจากนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองประชากรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรมที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น
อ่านต่อ: https://bit.ly/3TQnwBf
เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน
ร่วมสมัครสมาชิกแอมเนสตี้และเปลี่ยนแปลงโลก


