แอมเนสตี้ยินดีสภาให้ความสำคัญเรื่องยุติการทรมานและอุ้มหาย ย้ำ กม. ที่ผ่านต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากล

จากรายงานข่าวที่ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….หรือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย จะเป็นหนึ่งในเรื่องด่วนลำดับที่ 9 ที่จะถูกพิจารณาในระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กันยายน 2564 นี้ 

โดยร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. ….ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาครั้งนี้มีทั้งหมด 4 ฉบับ ได้แก่ ร่างของกระทรวงยุติธรรม ร่างของพรรคพลังประชารัฐร่วมกับพรรคก้าวไกล ร่างของพรรคประชาชาติ และร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทั้ง 4 ร่างได้ถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบการประชุมของสภาไปตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 

ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า แอมเนสตี้ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนความพยายามของทางการไทยในการผ่านร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามทรมานและอุ้มหายที่ได้มาตรฐานและมีการคุ้มครองอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อปกป้องชีวิตของคนไทยทุกคนให้มีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้นในอนาคต และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในสภาภายในพุธนี้ แต่ขอเรียกร้องให้เลื่อนลำดับการพิจารณามาเป็นลำดับแรกเพื่อให้ทันการพิจารณาในสมัยประชุมนี้ 

“จากการติดตามเรื่องร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหายมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้รู้สึกยินดีที่เห็นว่าทางการไทยกำลังให้ความสำคัญในการปกป้องชีวิตของคนไทยทุกคนให้มีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น โดยการนำร่างกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาอย่างเร่งด่วน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างนี้จะถูกพิจารณาในสมัยประชุมนี้ตามที่วางแผนไว้

ข้อมูลพื้นฐาน

จากรายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 รองโฆษกรัฐบาลเผยสภาฯ เร่งดันร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เข้าที่ประชุมในสมัยหน้า ซึ่งร่างนี้ ครม.มีมติเห็นชอบไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 โดยสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งมาว่าจะบรรจุร่างกฎหมายดังกล่าวให้เป็นวาระเร่งด่วน โดยการเปิดสมัยประชุมสภาฯ ในสมัยหน้าจะหยิบยกร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 ร่างกฎหมายดังกล่าวจะคุ้มครองบุคคลทุกคน จากการกระทำการทรมานหรือการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ 

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกฎหมายในการป้องกันและปราบปราม รวมไปถึงการเยียวยาผู้ได้รับการเสียหายจากการกระทำในลักษณะดังกล่าวและขจัดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อสร้างหลักประกันความเป็นธรรมให้กับประชาชนตามหลักสากล และเป็นหลักประกันว่าไม่มีการงดเว้นการลงโทษกับบุคคลใด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดหน่วยงานไหน มีตำแหน่งสูงแค่ไหน ทุกคนจะต้องได้รับโทษเมื่อกระทำความผิด

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแอมเนสตี้
บริจาคสนับสนุนแอมเนสตี้