เมียนมา: การเยือนอย่างเป็นทางการในระดับประมุขของรัฐครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี เน้นให้เห็นบทบาทของจีนที่มีต่อวิกฤติด้านสิทธิมนุษยชน

17 มกราคม 2563

Amnesty International

ก่อนการเยือนเมียนมาอย่างเป็นทางการเป็นเวลาสองวันของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลกล่าวดังนี้ 

 

“รัฐบาลของประธานาธิบดีสีได้แสดงความสนใจเพื่อช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ แม้เป็นเรื่องที่น่ายินดีในเชิงหลักการ แต่ในความเป็นจริง การเข้ามาเกี่ยวข้องของจีนจนถึงตอนนี้ ไม่ได้นำไปสู่ผลลัพธ์ในเชิงบวกสำหรับประชาชนในเมียนมาแต่อย่างใด 

“จีนต้องยุติการใช้ตำแหน่งสมาชิกของตนในสมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อปกป้องนายพลทหารอาวุโสของเมียนมาจากการถูกตรวจสอบและความรับผิด การทำเช่นนี้เพียงแต่หนุนเสริมการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องของกองทัพเมียนมา และอาชญากรรมสงครามที่กระทำต่อชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ทั่วประเทศ 

 “ชาวโรฮิงญาเกือบล้านคนยังต้องกระเสือกระสนดิ้นรนอยู่ในค่ายพักพิงผู้ลี้ภัยในบังคลาเทศ และอีก 600,000 คนที่ยังอยู่ในเมียนมา ต้องอาศัยอยู่ท่ามกลางสภาพที่เลวร้ายในลักษณะเดียวกับลัทธิการเหยียดผิว หากจีนไม่สามารถกดดันเมียนมาเพื่อดำเนินการให้เกิดความยุติธรรม และฟื้นฟูสิทธิของชาวโรฮิงญา การดำเนินงานใด ๆ ของจีนเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ ย่อมไม่เป็นผล และยังอาจส่งผลในเชิงลบ 

 “คาดว่าจะมีการลงนามความตกลงที่สำคัญด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ในระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีสี การขาดความโปร่งใสอย่างสิ้นเชิงของความตกลงเหล่านี้ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลใจอย่างยิ่ง การลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อาจช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพ และช่วยให้บรรลุสิทธิมนุษยชนได้ เนื่องจากประชาชนมีช่องทางมากขึ้นในการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานและการจ้างงาน แต่ผลประโยชน์เหล่านี้อาจไม่ตกถึงมือผู้ซึ่งแบกรับต้นทุนมากสุด ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย และเด็ก ซึ่งได้รับผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย สุขภาพ และอาชีพการงาน เนื่องจากการก่อสร้างเหล่านี้มักเริ่มขึ้นโดยไม่มีการปรึกษาหารืออย่างเหมาะสมกับพวกเขาเสียก่อน และไม่มีการปกป้องพวกเขาจากอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนา สิทธิมนุษยชน ความโปร่งใส และการปรึกษาหารือกับชุมชน ควรเป็นหัวใจของโครงการพัฒนาเหล่านี้”  

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสัมภาษณ์ โปรดติดต่อ press@amnesty.org or Elliott.Fox@amnesty.org / +66 94 132 2870

 

ข้อมูลพื้นฐาน

ในวันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเริ่มเดินทางเยือนเมียนมาเป็นเวลาสองวัน ในโอกาสครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ระหว่างจีน-เมียนมา โดยนับเป็นการเยือนเมียนมาเป็นครั้งแรกของประมุขของจีนในรอบ 19 ปี 

คาดว่าประธานาธิบดีสีจะได้พบกับอองซานซูจีน มุขมนตรีแห่งรัฐ หรือผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา รวมทั้งพลเอกอาวุโสมินอ่องลาย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา และคาดว่าประธานาธิบดีสี จะลงนามในบันทึกความเข้าใจหลายฉบับระหว่างจีนกับเมียนมาที่ผ่านการเจรจา โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 (Belt and Road Initiative -BRI) ของจีน รวมทั้งความตกลงอื่น ๆ เพื่อความร่วมมือด้านการเมืองและวัฒนธรรม