"ดูเตอร์เต" เป็นใคร? ฉาวแค่ไหน?

ทำไมคนไทยต้องแคร์?

21 มีนาคม 2560

เรื่อง: เบ็น เมืองวงษ์
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

ปธน.ฟิลิปปินส์กำลังเดินทางเยือนไทย 20-22 มี.ค. นี้ แต่หลายคนอาจจะยังงงๆ ว่าเขาเป็นใครและทำไมคนไทยต้องสนใจด้วย วันนี้แอมเนสตี้จะคุณพาไปรู้จักกับ “ดูเตอร์เต” และวีรกรรมฉาวๆ ของเขาให้มากขึ้น

 

มิถุนายน 2559 “โรดรีโก โรอา ดูเตอร์เต” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 16 ของฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความหวังของคนฟิลิปปินส์ว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยกว่าเดิม แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผลงานการบริหารของเขากลับเต็มไปด้วยจุดด่างพร้อยและคราบเลือดของประชาชน

 

สงครามยาเสพติดของดูเตอร์เตที่ดำเนินมานานหลายเดือนส่งผลให้มีคนฟิลิปปินส์ถูกสังหารแล้วมากกว่า 7,000 คน โดยแอมเนสตี้พบว่าตำรวจที่ฆ่าผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดจะได้ “ค่าหัว” เป็นรางวัลตอบแทน ขณะที่ตำรวจบางคนจะจ้างมือปืนฆ่าผู้ต้องสงสัยแทนตัวเองแล้วแบ่งค่าหัวกัน ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้อาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเลยทีเดียว

 

จนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยันว่าสงครามยาเสพติดที่ว่าช่วยแก้ปัญหายาเสพติดในฟิลิปปินส์ได้จริง แถมเหยื่อที่ถูกสังหารจำนวนมากก็เป็นเพียงคนยากคนจนในชนบท ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังวงการยาเสพติดแต่อย่างใด

 

แอมเนสตี้คือหนึ่งในองค์กรและรัฐบาลทั่วโลกที่ออกมาวิจารณ์ดูเตอร์เตอย่างหนักจนเขายอมระงับสงครามยาเสพติดไปได้ประมาณหนึ่งเดือน แต่ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปฏิบัติการปราบรามยาเสพติดดังกล่าวได้กลับมาอีกครั้ง และมีผู้ที่ต้องสังเวยชีวิตไปแล้วถึง 27 คน

 

นอกจากจะเป็นผู้นำเลือดเย็นแล้ว ดูเตอร์เตยังถูกจดจำในฐานะผู้นำที่ชอบด่าทอสื่อมวลชน ครั้งที่น่าขนลุกที่สุดคือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ที่เขาพูดขู่ว่านักข่าวก็อาจถูก “ลอบสังหาร” ได้เหมือนกันถ้าขืนยังทำตัวแย่ๆ ด้าน ส.ว. หญิงที่อภิปรายโจมตีปัญหาสิทธิมนุษยชนในรัฐบาลของเขา อยู่ดีๆ ก็ถูกจับกุมทันควันราวกับถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง

 

แม้จะเป็นทีชัดเจนต่อสายตาคนทั้งโลกแล้วว่าสถานการณ์สิทธิมนุษยชนได้เงื้อมมือดูเตอร์เตนั่นย่ำแย่ขนาดไหน แต่ล่าสุด เจ้าตัวก็ยังยืนยันอย่างมั่นใจว่าการบริหารงานด้านสิทธิมนุษยชนของเขานั้น “มาถูกทาง” แล้ว

 

การเดินทางเยือนไทยอย่างเป็นทางการของดูเตอร์เตสัปดาห์นี้จึงเป็นที่น่าจับตามองมากๆ ว่าผู้นำทั้งสองชาติจะหันมาหาทางพัฒนาสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาคอย่างจริงจังกันอย่างไรบ้าง หรือว่าจะเต็มใจหลับหูหลับตาเดินถอยหลังลงคลองกันต่อไป...