Amnesty International Thailand
กลางแสงไฟสีนวลบนเวทีในงาน Spark of Freedom-Charity Dinner เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพฯ เป็นค่ำคืนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความหวังและการเปลี่ยนแปลง ผู้คนมากมายมารวมตัวกันเพื่อสนับสนุนสิทธิมนุษยชนกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย นอกจากเสียงปรบมือที่ดังก้องไปทั่วห้อง นิกกิ ณัฐินีฐิติ ภิญญาปิญชาน์ ผู้ก่อตั้ง Transtalents Consulting Group หรือ ทรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป เป็นหนึ่งในคนธรรมดาคนหนึ่งที่ขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับรอยยิ้มและเเววตาแห่งความมุ่งมั่น เพื่อเล่าเรื่องราวของตัวเองก่อนการก้าวเข้าสู่การทำงานขับเคลื่อนความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนในฝั่งธุรกิจ นิกกิไม่ใช่แค่ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงในชีวิตส่วนตัวเท่านั้น แต่นิกกิคือเสียงสะท้อนของคนข้ามเพศ หนึ่งในชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ที่ยังคงต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศของผู้คนในสังคมไทย
“ทุกทางเลือกที่เราตัดสินใจ คือสิ่งที่กำหนดว่าเราเป็นใคร” นิกกิเริ่มต้นคำพูดของเธออย่างมั่นคงในงานค่ำคืนนั้น เสียงของนิกกิสะท้อนความเชื่อที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการมีอิสระและโอกาสในการเลือกใช้ชีวิต จากชีวิตวัยเด็กที่แวดล้อมด้วยความยากลำบากทั้งสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม การเข้าถึงการศึกษาที่ต้องพึ่งพาทุนการศึกษามาตลอดตั้งแต่โรงเรียนวัดจนถึงระดับปริญญาโทที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ การต้องทำงานจับฉ่ายหลายอย่างเพื่อหาเงินประทังชีวิตรายวัน การตัดสินใจทุกก้าวในชีวิตของเธอจึงเพื่อหนีจากวงจรความจน การถูกตีตรา ไม่ถูกยอมรับจากสังคมที่ในตอนนั้นยังไม่โอบรับคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากนัก ซึ่งนิกกิยอมรับว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอในวัยเด็ก

“ฉันเป็นหนึ่งใน 77% ของคนข้ามเพศในไทยที่ถูกปฏิเสธการจ้างงานเพราะเป็นกะเทย ตัดสินแค่อัตลักษณ์ทางเพศของเรา แทนความสามารถ” นิกกิสะท้อนผลวิจัยจากธนาคารโลก ปี 2018 ที่เผยถึงความจริงในสังคมไทยว่าการถูกเลือกปฏิบัติหรือถูกปฏิเสธการจ้างงานโดยเฉพาะในกลุ่มคนข้ามเพศยังมีอยู่อีกมาก เธอเล่าว่าในตอนนั้นเธอส่งใบสมัครงานไปหลายบริษัทและเกือบทุกที่เลือกที่จะปิดประตูใส่เธอ เพียงเพราะภาพลักษณ์ของเธอไม่ตรงกับเพศโดยกำหนด หรือการถูกปัดตกในรอบสุดท้ายของโปรแกรมผู้บริหารฝึกหัดในเครือโรงแรมระดับโลกเพราะเกรงว่าคนข้ามเพศจะทำภาพลักษณ์องค์กรเสีย ซึ่งในตอนนั้นสังคมยังมีอคติกับเรื่องนี้ฝังรากลึกอย่างมาก แม้ปัจจุบันความหลากหลายทางเพศถูกยอมรับในไทยและสากลมากขึ้นบ้างก็ตาม
ชีวิตที่เลือกจะไม่ยอมแพ้ จนทำให้มีทุกวันนี้
“แต่แทนที่จะยอมแพ้ ฉันเลือกที่จะสร้างทางเดินของตัวเอง” นิกกิเล่าถึงการก่อตั้ง Transtalents Consulting Group หรือ ทรานส์ทาเลนท์ คอนซัลติ้ง กรุ๊ป องค์กรเอเจนซี่ที่ปรึกษาด้านการสร้างความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมในสถานที่ทำงาน ตั้งแต่กลยุทธ์นโยบาย การอบรม การสื่อสาร การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โอบรับความหลากหลาย เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความเท่าเทียมอย่างยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยมีลูกค้าองค์กรทั้งในและต่างประเทศทั้งอเมริกา ยุโรปและเอเชีย โปรแกรมตัวอย่างที่ได้รับการยกย่องจากองค์กรสากลคือ ASEAN Transgender Leadership Program โครงการเสริมศักยภาพและสร้างเครือข่ายผู้นำข้ามเพศทั่วอาเซียนที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในฝั่งธุรกิจและผู้นำธุรกิจทั่วอาเซียนจนทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก
นิกกิไม่เพียงแค่แชร์วิธีคิดที่แสดงวิสัยทัศน์ผู้นำของเธอ แต่ยังแลกเปลี่ยนและท้าทายให้ผู้ฟังทุกคนคิดถึงการเลือกบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของพวกเขาอีกด้วย “การมีตัวเลือกก็คือการมีอำนาจในมือ คุณเลือกที่จะฝัน หรือคุณเลือกที่จะลงมือทำมัน? คุณจะคิดถึงตัวเอง หรือคุณจะคิดถึงคนอื่นด้วย? คุณหลายคนมีตัวเลือกในการใช้ชีวิต แต่ LGBTQ+ อย่างเราหลายล้านคนถูกจำกัดตัวเลือกทั้งสิทธิและโอกาส” ขณะที่เธอพูดประโยคนี้เธอยังบอกอีกว่าการเลือกแต่ละอย่างในชีวิตล้วนมีพลังในการเปลี่ยนแปลงทั้งตัวเองและโลกไปพร้อมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่ยังไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างเต็มที่และต้องการการสนับสนุนจากคนทุกคน แม้จะดูไม่ง่ายที่จะทำให้เกิดการยอมรับ แต่สำหรับเธอมองว่า การทำงานขับเคลื่อนประเด็นนี้อย่างหนักก็ยังต้องดำเนินต่อ การได้มาซึ่งกฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ใช่เพราะโชคช่วยหรือของขวัญจากใคร แต่มันคือการเสียสละและอุทิศตนของผู้ขับเคลื่อนทุกคน
“ฉันเติบโตมาในพื้นที่แออัดย่านกรุงเทพฯ มีทั้งยาเสพติดและอาชญากรรม ครอบครัวของฉันต้องทำทุกอย่างเพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไป ฉันช่วยแม่ขายโจ๊ก กลางคืนก็ไปขายข้าวกล่องที่ตลาดสำเพ็ง ช่วยยายขายของชำ เก็บขวดเศษกระดาษขายก็ทำมาหมด อะไรที่หาเงินได้ก็ทำไม่เลือก” นิกกิพูดถึงช่วงเวลาที่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาช่วยครอบครัวขายของแล้วไปโรงเรียนที่วัด ใช่แล้วเธอเรียนโรงเรียนวัดเพราะเติบโตในครอบครัวที่มีรายได้น้อยมาก แต่นี่ก็ไม่ได้หยุดแรงขับเคลื่อนในชีวิตเธอ เธอเล่าอีกว่าชีวิตหลังเลิกเรียนไม่ได้เหมือนเพื่อนๆ ทั่วไปที่เรียน ทำการบ้าน เที่ยวเล่นตามประสาเด็กๆ แต่เธอต้องกลับช่วยที่บ้านทำงาน ถ้าคิดถึงตอนนั้นนิกกิยอมรับว่าตอนเด็กเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความลำบากต้องอดทนมหาศาล
“ฉันคิดเสมอว่า ชั้นต้องพ้นจากสภาพนี้ ฉันเกิดมาจนแต่จะไม่ยอมตายไปกับความจน” เธอเปิดใจให้เราฟังบนเวที และจากความมุ่งมั่นเล็กๆ ในหัวใจของคนเด็กคนหนึ่ง เมื่อเติบโตขึ้นนิกกิตัดสินใจเลือกสิ่งที่เธอบอกว่าเป็นการเลือกที่เปลี่ยนชีวิตของเธอครั้งแรกเพื่อไปหาสิ่งที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้าและมีความหวังมากขึ้น เธอใช้คำนี้บนเวที “ฉันเลือกที่จะฝันถึงสิ่งที่ดีกว่า” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ไกลเกินกว่าที่ทั้งตัวเธอ คนในครอบครัว และใครจะคาดคิด ตอนนั้นเธอฝันอยากไปเรียนต่างประเทศ อยากทำธุรกิจ อยากสร้างอนาคตใหม่ แต่ปัญหาหลักคือไม่มีเงิน แต่แทนที่นิกกิจะยอมแพ้และหยุดฝัน เธอกลับเลือกทำในสิ่งที่ไม่ธรรมดา
“ฉันเลือกที่จะกระโดดเข้าหาโอกาส” นิกกิเล่าถึงการสมัครทุนการศึกษาที่พาเธอไปไกลตั้งแต่เรียนระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงระดับปริญญาโทที่สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างพูดบนเวทีเธอบอกว่านี่เป็นผลลัพธ์ของการตัดสินใจที่เธอกล้าจะทำและไม่ย่อท้อ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีได้แค่ “ตัวเธอเป็นคนเลือก” เพียงอย่างเดียวแต่ยังเป็นการตัดสินใจของ “คนให้ทุนที่กล้าจะเลือกและเชื่อมั่นในตัวเธอ” ซึ่งนี่ถือเป็นโจทย์ใหญ่ในชีวิตของนิกกิที่เธอทำและได้เห็นผลลัพธ์ของการเลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
การเลือกส่งผลกระทบต่อชีวิตเราทุกคน
“เมื่อใครสักคนเลือกที่จะยื่นมือมาช่วยคุณ คุณก็จะได้รับพลังในการช่วยเหลือคนอื่น” นิกกิเล่าย้ำถึงประสบการณ์ที่เธอได้รับโอกาสในการเดินทางและมองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เธอคิดว่าจะต้องสร้างผลกระทบในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมกลับคืนให้กับสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องของการโอบรับในความหลากหลายทางเพศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนที่เธอพอจะทำได้ในการขับเคลื่อน ถึงแม้ว่าชีวิตที่ผ่านมาจะต้องเผชิญกับการถูกปฏิเสธซ้ำๆ จากการสมัครงาน เพียงเพราะเธอเป็นคนข้ามเพศก็ตาม
“ตอนเรียนจบฉันส่งใบสมัครงานไปเกือบ 100 ที่หลังจากกลับมาจากสวิสเซอร์แลนด์ ฉันก็ยังว่างงานตั้ง 6 เดือน โทรไปลองสอบถามหลายๆที่ ก็ได้คำตอบว่าไม่อยากจ้างคนข้ามเพศ เพราะอารมณ์รุนแรง แต่งตัวโป๊ ภาพลักษณ์จะเสีย หรือบางที่ชอบถามว่าเเปลง (เพศ) หรือยัง”
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้สำหรับใครบางคนที่ได้ฟังคำปฏิเสธนี้อาจดูรุนแรงหรือกระทบจิตใจในระยะสั้นหรือระยะยาวจนอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้หมดกำลังใจ หมดความมั่นใจในที่สุด แต่สำหรับนิกกิ เธอเลือกที่จะไม่ยอมแพ้เลยสักนิดเพราะมองว่าแทนที่จะยอมแพ้ เราเลือกที่จะสร้างทางเดินของตัวเองก็ได้และสามารถถากถางทางให้คนอื่นได้ด้วย เพียงแค่มีความเชื่อ พลัง และความหวัง และคิดอย่างมีกลยุทธ์ ภาพความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้แน่นอน
นี่จึงเป็นผลผลิตจากความไม่ย่อท้อ ในปี คศ. 2022 นิกกิได้ก่อตั้ง Transtalents Consulting Group ซึ่งเป็นธุรกิจเอเจนซี่ที่ปรึกษาด้านความเท่าเทียมในองค์กร นอกจากเจ้าของจะเป็นทรานส์ (คนข้ามเพศ) แต่ความหมายสำคัญคือ การทรานส์ฟอร์มหรือปฎิวัติวิธีคิดและพัฒนาทุนมนษย์โดยการสร้างสถานที่ทำงานที่โอบรับความหลากหลาย กระจายความเสมอภาค สร้างการมีส่วนร่วม และสร้างศักยภาพผู้นำข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศรุ่นใหม่ให้ก้าวไปสู่ระดับผู้บริหารองค์กรให้ได้ เพราะเธอเชื่อในเรื่องของการกระจายอำนาจและการเป็นตัวแทนส่งเสียงของกลุ่มที่ถูกลืม
การเลือกเป็นของเรา แต่ผลลัพธ์เป็นของทุกคน

บนเวที Spark of Freedom-Charity Dinner นิกกิพูดถึงเรื่องการตัดสินใจในชีวิตว่า “ฉันคือมรดกจากการเลือกของผู้ที่คิดถึงคนอื่นเสมอ ฉันคงเดินทางมาไกลในจุดนี้ไม่ได้ หากปราศจากคนที่เลือกจะสนับสนุน” ประโยคนี้เป็นคำถามที่น่าคิด เธอเชื่อว่าทุกการเลือกที่เราทุกคนทำ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กน้อยหรือเรื่องที่ยิ่งใหญ่ ล้วนมีพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งของตัวเองและของคนอื่นๆ ด้วย หากเราใช้หัวใจทำ
“ฉันหวังจริงๆ ว่าทุกคนจะกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อชีวิตของคนที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงได้ด้วยการตัดสินใจเพียงครั้งเดียว”
หลังเธอพูดจบประโยคนี้เสียงปรบมือในงาน Spark of Freedom-Charity Dinner ดังขึ้น นิกกิได้จบคำพูดของเธอที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่า ค่ำคืนนี้จะไม่ใช่แค่คืนแห่งการระดมทุนของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย แต่จะเป็นค่ำคืนที่การตัดสินใจของทุกคนที่มาร่วมงานนี้ จะจุดประกายความเปลี่ยนแปลงเรื่องสิทธิมนุษยชนให้เป็นเรื่องของทุกคน เพื่อสร้างโลกสำหรับทุกคน ไม่ว่าทุกคนจะเป็นใคร หรือเลือกที่จะเป็นอะไรก็มีสิทธิและเสรีภาพที่จะทำ
มาร่วมสร้างคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกันแอมเนสตี้ ที่ผ่านมาเราปฏิเสธเงินสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ องค์กรทางการเมือง หรือบริษัทเอกชน เพื่อรักษาความเป็นกลางในการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนและยืนหยัดเพื่อความยุติธรรมอย่างแท้จริง ทุกการสนับสนุนของคุณคือพลังในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของทุกชีวิตทั่วโลกที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน ผ่านบัญชีธนาคารได้ที่ สมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี: 047-2-42617-5
หรือบริจาคออนไลน์ที่ https://bit.ly/3BhErXc
มาทำให้เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องของทุกคน


