Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)
  • Skip to content
amnesty.or.th » Home » Our Work » End the Death Penalty
  • Frequently asked questions
  • Policy
  • Site map
  • Home
  • Our Work
    • Human Rights Education
      • What is Human Rights Education?
      • Make Human Rights Education a reality
      • Universal Declaration of Human Rights
    • End the Death Penalty
      • Death penalty in numbers
      • Myths and facts
      • Death penalty in Thailand
      • News and updates
      • Additional resources
      • Booklet “Death is not justice”
      • Newsletter “KEEP THE PROMISE”
    • Freedom of expression
    • Individuals at Risk
    • 50th Anniversary
  • Get Involved
    • Take action online
    • Donate
    • Become a member
    • Volunteer with us
    • Intern with us
    • Raise Funds
    • Corporate Support
    • Join an Event
  • News Updates
    • Thailand News
    • International News
    • Good News
  • Publications
    • AI Annual Report (Eng.Version) 
    • Annual Report (Thai.Version) 
    • AI Thailand Annual Report 
    • WIREsummary
    • FREEDOM MAGsummary
    • Publications 
  • SHOP SHARE CHANGE
    • Amnesty Shop
    • SHOP SHARE CHANGE
  • Contact Us
Announcement
Write For Rights: ร่วมเขียนจดหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน :   “ร่วมเขียนจดหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน”
Say it Rights : “Say it Rights” Speech Contest on human rights for high school and university students in celebration of the 50th anniversary of Amnes...
speech on “Youth of Death Row” : Amnesty International Thailand, Union Civil Libertyand Jesuit Foundation: Prison Ministrycordially invite you to the speech on “Yo...
Newsletter “KEEP THE PROMISE” September 2011 : Open publication - Free publishing
Newsletter “KEEP THE PROMISE” October 2011 :
End The Death Penalty: World Day Against The Death... :  
Newsletter “KEEP THE PROMISE” July 2011 : Open publication - Free publishing - More july
Newsletter “KEEP THE PROMISE” August 2011 : Open publication - Free publishing
Booklet “Death is not justice” :
แบกเป้ มาฟังเป้ (อารักษ์) บรรเลงบทเพลงริมชานชลา : 4 ก.ย. 2554 เวลา 15.00-17.00 น. ณ ชานชลาสถานีรถไฟหัวลำโพง ...............................................................................
Tuesday, 05 April 2011 13:03

มุมมองด้านสิทธิมนุษยชนต่อการใช้โทษประหารชีวิต

  • font size decrease font size decrease font size increase font size increase font size
  • Print
  • E-mail

มุมมองด้านสิทธิมนุษยชนต่อการใช้โทษประหารชีวิต


การลงโทษประหารชีวิตเป็นการปฏิเสธสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่จำเป็นที่สุดสำหรับบุคคล นั่นคือ เป็นการละเมิด “สิทธิในการมีชีวิต” ซึ่งได้รับการรับรองไว้ในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โทษประหารชีวิตเป็นการสังหารบุคคลโดยรัฐเป็นผู้ลงมืออย่างเลือดเย็นและมีการไตร่ตรองไว้ล่วงหน้า และที่น่าหวาดหวั่นที่สุด คือ การลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในรูปแบบนี้ ถูกกระทำในนามของความยุติธรรม


แอมเนสตี้ อินเตอรเนชั่นแนล คัดค้านการใช้โทษประหารชีวิตในทุกกรณีโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะด้วยข้ออ้างถึง รูปแบบของอาชญากรรม บุคลิกลักษณะของผู้กระทำความผิด หรือ วิธีการที่รัฐใช้ในการประหารชีวิตนักโทษ


โทษประหารชีวิตกับการป้องปรามอาชญากรรม


งานวิจัยที่จัดทำขึ้นสำหรับสหประชาชาติในปี 2531 และ 2545 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างโทษประหารชีวิตกับอัตราการฆาตกรรม พบว่า การคงไว้ซึ่งอัตราโทษประหารชีวิตไม่ได้ช่วยยับยั้งอัตราการฆาตกรรมมากไปกว่าอัตราโทษจำคุกตลอดชีวิต ดังนั้น ในความเป็นจริงการคงไว้ซึ่งโทษประหารชีวิตไม่สามารถยับยั้งหรือลดจำนวนการเกิดอาชญากรรมได้


นอกจากนี้ อัตราการเกิดอาชญากรรมในประเทศที่ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วก็ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด อันที่จริง อัตราการฆาตกรรมกลับลดลงอย่างมาก เช่น ประเทศแคนาดาที่สถิติการฆาตกรรมในปัจจุบันลดลงถึงร้อยละ 40 เทียบกับสถิติตั้งแต่ปี 2518 หนึ่งปีก่อนการยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดฐานฆาตกรรม


ผลกระทบต่อคนยากจนและผู้ไร้อำนาจต่อรอง


โทษประหารชีวิตมักถูกใช้กับกลุ่มบุคคลเฉพาะกลุ่มซึ่งเป็นผู้ไร้อำนาจต่อรองในสังคม คนยากจน คนชายขอบ กลุ่มชาติพันธุ์หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามผู้คนที่มีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล บุคคลเหล่านี้กลายเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมที่ไม่สมบูรณ์ บางคนถูกซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ หรือถูกตั้งข้อกล่าวหาโดยมีเหตุจูงใจทางการเมือง


เมื่อเด็กๆกำลังเดินเข้าสู่แดนประหาร


อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กซึ่งมีสถานะเป็นกฎหมายระหว่างประเทศระบุไว้ชัดเจนห้ามมิให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตหรือประหารชีวิตบุคคลซึ่งในขณะกระทำความผิดนั้นๆ มีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา มีประเทศต่างๆ 9 ประเทศที่ตัดสินประหารชีวิตเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ได้แก่ จีน คองโก อิหร่าน ไนจีเรีย ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอเมริกา และเยเมน โดยสถิติการประหารชีวิตเด็กในสหรัฐอเมริกาและอิหร่านนั้นสูงกว่า 7 ประเทศที่เหลือรวมกัน


ผู้บริสุทธิ์หลายคนต้องตาย และอีกหลายคนกำลังรอความตาย


กระบวนการยุติธรรมที่ไม่สมบูรณ์นั้นหลายครั้งนำไปสู่การลงโทษผู้บริสุทธิ์ ผู้ต้องหาหลายคนถูกจำคุกยาวนานหลายปีโดยไม่ได้ทำความผิด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงโทษด้วยการประหารชีวิตนั้นไม่สามารถย้อนกลับผลของการกระทำได้ เช่น เหตุการณ์ในไต้หวัน เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1997 มีการประหารชีวิต Chiang Kuo-ching พลทหารสังกัดกองทัพอากาศไต้หวันในความผิดฐานข่มขืนและฆาตกรรมเด็กหญิง ชายคนดังกล่าวรับสารภาพ แต่คำสารภาพในครั้งนั้นที่เกิดจากการซ้อมทรมานยาวนานถึง 37 ชั่วโมงโดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคง แม้ต่อมาภายหลังมีการพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และในเดือนมกราคม 2554 ประธานาธิบดีไต้หวันได้กล่าวคำขอโทษต่อครอบครัวของเขาอย่างเป็นทางการ แต่คำขอโทษนั้นก็ไม่สามารถเรียกชีวิตของเขากลับคืนมาได้ คำถาม คือ เราจะยอมให้ความผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน?


เสียงจากประชาคมระหว่างประเทศ


เมื่อเริ่มจัดตั้งองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2488 มีเพียง 8 ประเทศที่ยกเลิกโทษประหารสำหรับความผิดทางอาญาทุกประการ ในวันนี้ สมาชิกองค์การสหประชาชาติ 136 จาก 192 ประเทศได้ยกเลิกโทษประหารทั้งในทางกฎหมายหรือปฏิบัติแล้ว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มภายในประชาคมระหว่างประเทศที่ส่งเสริมและเคารพในสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ล่าสุดในปี 2553 ที่ประชุมสมัชชาความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติสนับสนุนข้อห้ามการใช้โทษประหารชั่วคราวเป็นครั้งที่ 3 โดยมีประเทศสมาชิกลงคะแนนรับรอง 107 เสียง มีผู้คัดค้าน 38 เสียง และผู้ไม่ออกเสียง 36 เสียง สำหรับประเทศไทยนั้นเดิมเคยคัดค้านมติดังกล่าวมาโดยตลอดแต่ในครั้งนี้เปลี่ยนเป็นการงดออกเสียง


ตามแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (2552-2556) ประเทศไทยได้ระบุว่าหนึ่งในตัวชี้วัดความสำเร็จของแผน คือ การพิจารณากฎหมายที่มีอัตราโทษประหารชีวิตให้ยกเลิกเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิตภายในปี 2556 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและภาคประชาชนควรติดตามความคืบหน้าในการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดต่อไป


วันต่อต้านโทษประหารชีวิตสากล


ในปี 2546 พันธมิตรต่อต้านโทษประหารชีวิตโลก (World Coalition Against the Death Penalty - WCADP) ได้กำหนดให้วันที่ 10 ตุลาคมเป็นวันต่อต้านโทษประหารชีวิตสากล โดยมีกิจกรรมรณรงค์พร้อมๆ กันกับสมาชิกกว่า 60 ประเทศทั่วโลก


ในปี 2551 มีกิจกรรมเรียกร้องให้ยุติโทษประหารชีวิตในเอเชีย มีการจัดกิจกรรมกว่า 289 ครั้งในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ในปีนี้ การเคลื่อนไหวในเอเชียประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก ผู้ต่อต้านโทษประหารชีวิตได้จัดกิจกรรมรณรงค์อย่างมีประสิทธิภาพ มีการส่งจดหมายประท้วงกว่า 20,000 ฉบับไปยังรัฐบาลประเทศอินเดีย ญี่ปุ่น ปากีสถาน เกาหลีใต้ ไต้หวัน และเวียดนาม


ในประเทศไทย เมื่อปี 2553 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจัดกิจกรรมรวบรวมรายชื่อผู้ที่คัดค้านโทษประหารชีวิตและเดินรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ให้แก่บุคคลทั่วไปในกรุงเทพฯ

back to top
  • Death penalty in numbers
  • Myths and facts
  • Death penalty in Thailand
  • News and updates
  • Additional resources
  • Booklet “Death is not justice”
  • Newsletter “KEEP THE PROMISE”

Who we are

  • Amnesty International
  • AI Thailand
  • Organization Diagram
  • Board Members
  • Board Charter
    ข้อบังคับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย
    Growth Strategy 2012 – 2015 - Growing for Human Rights IMPACT
  • AI Thailand Fund-Raising strategy for the period of 2011-2014
    Year-end Report of Amnesty International Thailand
  • Employment

 

Our Work

  • Human rights education
  • End the death penalty
  • Individuals at risk
  • Freedom of expression
  • AI 50th anniversaries

Get Involved

  • Take action online
  • Donate
  • Become a member
  • Volunteering
  • Internship
  • Raise funds
  • Corporate support
  • Event

Shop&Share

  • Amnesty Shop
  • Shop Share Change

AI Group

  • New Group Initiated
  • International School
  • University
  • Activist

External Links

  • HRE Network
  • Nuksit
  • Frequently asked questions
  • Policy
  • Site map
Amnesty. All rights reserved.